หน้าแรก | สัมภาษณ์พิเศษ | มุมมองหลังการเลือกตั้งกับรัฐบาลชุดใหม่

มุมมองหลังการเลือกตั้งกับรัฐบาลชุดใหม่

image นายทวิสันต์ โลณานุรักษ์ รองประธานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

สัมภาษณ์พิเศษ นายทวิสันต์ โลณานุรักษ์ รองประธานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ต่อมุมมองหลังการเลือกตั้งกับรัฐบาลชุดใหม่ ภายใต้การนำของนายกฯ หญิงคนแรกของเมืองไทย 'ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร'

นายทวิสันต์  โลณานุรักษ์ รองประธานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ออกมาระบุถึงสิ่งที่ภาคเอกชนอยากเห็นและมุมมองการจัดตั้งรัฐบาลหลังจากการเลือกตั้งจบลงในวันที่ 3 ก.ค.2554 ว่า ส่วนตัวคิดว่าเมื่อการเลือกตั้งเกิดขึ้น ทุกคนต้องยอมรับกติกาที่ว่าพรรคที่ได้คะแนนเสียงข้างมากควรจะเป็นพรรคที่มีสิทธิในการจัดตั้งรัฐบาลก่อนตามครรลองของระบบการเมืองไทยที่ระบุเอาไว้ในรัฐธรรมนูญ  แต่หากพรรคที่มีเสียงข้างมากไม่สามารถที่จะจัดตั้งรัฐบาลได้ พรรคที่มีเสียงข้างมากถัดไปก็จะเป็นพรรคที่เข้ามาดำเนินการในส่วนนี้แทน  ซึ่งตนเองคิดว่าการจัดตั้งรัฐบาลในครั้งนี้ก็จะยังคงเป็นไปในรูปแบบที่เคยเป็นมาดังกล่าว  และมีความเชื่อว่ารัฐบาลที่จะเกิดขึ้นมาหลังจากนี้จะไม่ใช่รัฐบาลพรรคเดียวต้องเป็นรัฐบาลผสม ไม่ว่าจะเป็น 2 พรรค 3 พรรค หรือ 4 พรรคก็ตามแต่ อย่างไรก็ตามหน้าตาของรัฐบาลชุดนี้จะต้องเป็นรัฐบาลผสมอย่างแน่นอน นายทวิสันต์ฯกล่าว

002 
      

นายทวิสันต์ฯ กล่าวต่อว่า สิ่งที่ภาคเอกชนอยากที่จะรับรู้เป็นอันดับแรกหลังจากการเลือกตั้งก็คือหน้าตาของรัฐมนตรีกระทรวงต่างๆ โดยเฉพาะรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ เพราะหากมีการนำเสนอหน้าตารัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจออกมาแล้วเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถตรงกับใจของภาคเอกชนนักธุรกิจก็จะเกิดความเชื่อมั่นขึ้นมา ทั้งในส่วนของนักลงทุนภายในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงประชาชนทั่วไปก็จะมองเห็นความหวังแต่หากรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจเป็นคนที่ประชาชนและภาคเอกชนรู้สึกไม่พึงพอใจหรือเป็นมือใหม่เกินไป  วันนี้ต้องยอมรับว่าสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจของประเทศไม่ใช่ภาวะปกติ แต่เป็นภาวะที่จำเป็นจะต้องใช้ฝีมือในการแก้ไขปัญหา ดังนั้นถ้าหากว่ารัฐมนตรีที่จะเข้ามาทำหน้าที่ในครั้งนี้ เป็นเพียงรัฐมนตรีฝึกหัดแล้ว สถานการณ์ก็จะยิ่งเลวร้ายไปกันใหญ่
      
 
นายทวิสันต์ฯ ระบุอีกว่า วันนี้ทุกพรรคการเมืองพยายามที่จะชูประเด็นการสร้างความปรองดองเพื่อมาใช้ในการหาเสียง แต่ก็ยังไม่เห็นวี่แววว่าจะปรองดองกันได้ เพราะว่าในสถานการณ์ที่มองเห็นในตอนนี้มีแต่ความขัดแย้งเกือบทุกพรรคการเมือง จนทำให้เกิดความขัดแย้งตั้งแต่ระดับพื้นที่ ตามเขตเลือกตั้ง ทำให้การต่อสู้เริ่มที่จะรุนแรง รวมถึงนโยบายที่ต่างขัดแย้งกัน ซึ่งมองว่าการปรองดองที่จะเกิดขึ้นอาจจะต้องใช้เวลาวันนี้คำพูดของแต่ละพรรคเรื่องของความปรองดองเป็นคำพูดที่สวยหรูของทุกพรรคแต่ว่าโดยข้อเท็จจริงแล้วทุกพรรคมีความขัดแย้งกันอยู่ในตัวและไม่ใช่เป็นเพียงความขัดแย้งแบบพรรคต่อพรรคแต่ยังลงลึกไปถึงภายในแต่ละพรรคเองก็ยังมีความขัดแย้งกันเองอยู่ฉะนั้นถึงแม้ว่าทุกคนจะคาดหวังให้ความปรองดองเกิดขึ้นโดยเร็วแต่ด้วยสิ่งที่เห็นก็ทำให้เชื่อได้ว่าเรื่องนี้ไม่สามารถที่จะเกิดขึ้นโดยเร็วได้อย่างแน่นอน
      

สำหรับกรณีหากว่าพรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาลและจะมีการออกกฏหมายนิรโทษกรรมให้กับกลุ่มต่างๆรวมถึง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรนั้น นายทวิสันต์ฯ ให้ความเห็นว่า วันนี้ต้องยอมรับว่าหากนักการเมืองไม่ยอมฟังเสียงประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องใดก็ตามที่ประชาชนไม่พอใจ และยังขัดขืนฝืนที่จะทำแล้ว ก็เชื่อว่ารัฐบาลนี้จะเป็นรัฐบาลที่อายุสั้นที่สุด เพราะวันนี้ต้องยอมรับว่ามวลชน และประชาชนของประเทศได้สนใจติดตามข้อมูลข่าวสารทางการเมืองมากฉะนั้นการที่จะมีการนิรโทษกรรมกลุ่มต่างๆโดยขาดเหตุผลหรือเป็นการทำเพื่อตอบสนองกลุ่มคนกลุ่มเล็กๆ ก็เชื่อได้ว่าประชาชนทั่วไปจะไม่ยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้น จนทำให้รัฐบาลอยู่ไม่ได้ สำหรับในส่วนของภาคเอกชนเองนั้นก็มองว่า ประเทศไทยมีหลักนิติรัฐดังนั้นจึงควรที่จะต้องยอมรับในกฏเกณฑ์กติกาฉะนั้นแล้วกฏเกณฑ์กติกาเขียนไว้ว่าอย่างไรก็ควรที่จะต้องเดินไปตามนั้น แต่หากจะมีใครมาใช้อำนาจเพื่อเปลี่ยนแปลงกฏกติกามองว่าจะเป็นการท้าทาย อำนาจประชาชนมากเกินไปแล้วจะทำให้เกิดปัญหาความขัดแย้งฉะนั้นอยากวิงวอนไม่ว่าใครก็ตามที่จะเข้ามาเป็นรัฐบาล จะต้องยึดหลักนิติรัฐอย่าทำให้ประชาชนผิดหวัง
      

นายทวิสันต์ฯ กล่าวทิ้งท้ายว่า "วันนี้อยากเห็นรัฐบาลชุดใหม่ มุ่งนำคนดีๆ คนที่มีคุณภาพ เข้ามาทำหน้าที่ในการบริหารงานแก้ไขปัญหาประเทศด้านต่างๆถึงแม้ว่าบุคคลคนนั้นจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองก็ตามแต่เป็นผู้ที่มีชื่อเสียงและฝีมือเป็นที่ยอมรับของทุกภาคส่วนก็ขอให้เชิญชวนคนๆนั้นเข้ามาร่วมงานกับรัฐบาลเพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ  เพราะวันนี้หากยังคงต้องการแค่นำคนในพรรคการเมืองเข้ามาทำงานบางครั้งก็ยังไม่พอซึ่งวันนี้ต้องยอมรับว่าพรรคการเมืองของไทยอาจจะขาดความน่าเชื่อถือไปค่อนข้างมาก เพราะเนื่องจากว่ามีปัญหาหลายอย่างเกิดขึ้น  เพราะฉะนั้นหากรัฐบาลชุดใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นกล้านำคนใหม่ๆที่มีความสามารถเข้ามาพิสูจน์ฝีมือให้กับประชาชนแล้ว ก็เชื่อได้ว่าจะทำให้รัฐบาลชุดนี้อยู่ได้นานและได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น  เพราะที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าภาคเอกชนวิตกกังวลในเรื่องของการทุจริตคอรัปชั่นซึ่งกำลังมีสูงขึ้นทุกวัน  และยังคงมีแนวโน้มที่จะสูงขึ้นเรื่อยๆ  ดังนั้นรัฐบาลชุดนี้จึงควรที่จะเฟ้นหาผู้ที่มีคุณภาพสูงสุดเข้ามาทำงานอย่างจริงจัง นายทวิสันต์ฯ กล่าว 

ส่งข่าวนี้ไปยัง: Digg this story Digg Facebook Share Facebook

ความคิดเห็น ( จำนวนโพส):

โพสแสดงความเห็นของคุณ comment
กรุณาใส่รหัสตามภาพที่เห็น:
หมวดหมู่
หัวข้อข่าวนี้ไม่ระบุหมวดหมู่
ให้คะแนนระดับความนิยม
4.00
AIS SME PACKAGE adv