หน้าแรก | สัมภาษณ์พิเศษ | ศาสตราจารย์ น.ท.ดร.สราวุฒิ สุจิตจร กับพันธกิจนำ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน ก้าวสู่ AEC

ศาสตราจารย์ น.ท.ดร.สราวุฒิ สุจิตจร กับพันธกิจนำ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน ก้าวสู่ AEC

image ศาสตราจารย์ นาวาอากาศโท ดร.สราวุฒิ สุจิตจร ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน)จ.นครราชสีมา

ได้มีโอกาสสัมภาษณ์พิเศษ ?ศาสตราจารย์ นาวาอากาศโท ดร.สราวุฒิ สุจิตจร? ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) จ.นครราชสีมา กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หัวเรือใหญ่สถาบันวิจัยเจ้าของเครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอนใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน กับภารกิจสำคัญในการนำองค์กรก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ตอกย้ำความเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีแสงซินโครตรอนของไทยในภูมิภาคนี้ ซึ่งทุกคำตอบล้วนน่าสนใจและควรค่าแก่การติดตามเป็นอย่างยิ่ง

ประวัติการศึกษา...ทำงาน
ศาสตราจารย์ นาวาอากาศโท ดร. สราวุฒิ สุจิตจร จบการศึกษา ปริญญาตรีวิศวกรรมไฟฟ้า (สื่อสาร) จากโรงเรียนนายอากาศ และจบ PhD (EE) จากมหาวิทยาลัยเบอร์มิงแฮม ประเทศอังกฤษ เคยรับราชการเป็นอาจารย์โรงเรียนนายเรืออากาศ และดำรงตำแหน่งบริหารที่สำคัญ ได้แก่ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา และรองอธิการบดีฝ่ายวิชาการมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน จ.นครราชสีมา กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการเมื่อ เดือนมิถุนายน 2555 เป็นต้นมา


11

ถาม : ปรัชญา และ ความมุ่งมั่น
ศาสตราจารย์ นาวาอากาศโท ดร. สราวุฒิ ตอบ : มีแนวทางในการทำงานชัดเจน โดยมุ่งเน้นการใช้เครื่องมือทางการบริหารอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด บุคลากรมีความสุขในการทำงาน มีความคิดสร้างสรรค์อยู่ตลอดเวลา เพื่อให้สถาบันฯ พัฒนาไปสู่การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ที่ยั่งยืน และเพิ่มขีดความสามารถในการตอบโจทย์ภาครัฐ เอกชน และภาคธุรกิจอุตสาหกรรม อันเกี่ยวเนื่องด้วยพันธกิจของสถาบันฯ โดยมียุทธศาสตร์ให้สถาบันฯ เป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีแสงซินโครตรอน หมายเลข 1 ของภูมิภาคอาเซียน


13

ถาม : แผนและนโยบายการบริหารองค์กร
ตอบ : สำหรับการดำเนินงานมุ่งเน้นสนองตอบต่อนโยบานรัฐบาลและแผนยุทธศาสตร์กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในการตอกย้ำให้สถาบันฯ เป็นศูนย์กลางความเป็นเลิศทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการวิจัยด้านแสงซินโครตรอนในระดับอาเซียน โดยปฏิบัติงานตามพันธะกิจหลักได้แก่ การวิจัยและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านแสงซินโครตรอน เป็นศูนย์กลางในการให้บริการด้านแสงซินโครตรอนและเทคโนโลยีเชิงวิศวกรรม ส่งเสริมการถ่ายทอดและการเรียนรู้เทคโนโลยีด้านแสงซินโครตรอน


12

ถาม : ยุทธศาสตร์นำซินโครตรอนสู่ความเป็นศูนย์กลางอาเซียน
ตอบ : มุ่งในการให้ความร่วมมือระหว่างกลุ่มประเทศอาเซียนด้วยกัน เพื่อสร้างความเป็นหนึ่งเดียวของประชาคมอาเซียน ด้วยความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งสถาบันฯ จะส่งเสริมการจัดสรรเวลาสำหรับผู้ใช้แสงซินโครตรอนในกลุ่มอาเซียนเป็นกรณีพิเศษ อีกทั้งยังมีการจัดอบรม การประชุมเชิงปฏิบัติการ ASEAN Workshops ในการใช้เทคนิคด้านต่างๆ สำหรับกลุ่มประเทศอาเซียน การสัมมนาให้ความรู้เชิงวิชาการ และจัดค่ายวิทยาศาสตร์แสงสยาม โดยเชิญนักศึกษาและนักวิจัยกว่า 10 ประเทศในภูมิภาคอาเซียนเข้าร่วมกิจกรรม พร้อมๆกับนักวิจัยและนักศึกษาไทย เพื่อเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือ นอกจากนี้สถาบันฯ ยังได้ลงนามความร่วมมือ (MOU) กับประเทศในภูมิภาคอาเซียนในการสนับสนุนภารกิจด้านเทคโนโลยีแสงซินโครตรอน เช่น ประเทศสิงคโปร์ มาเลเซีย และเวียดนาม เป็นต้น


14

ถาม: การเร่งขยายให้บริการด้านแสงซินโครตรอนสู่ภาคอุตสาหกรรม
ตอบ : ถือเป็นนโยบายสำคัญของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่จะขยายการให้บริการแก่ภาคอุตสาหกรรม เพื่อส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือในเชิงพาณิชย์ระหว่างสถาบันฯ กับภาคเอกชน โดยผ่านการเชื่อมโยงเทคโนโลยีซินโคร ตรอนกับงานวิจัย รวมถึงการให้บริการปรึกษาทางด้านวิชาการ เพื่อแก้ปัญหา พัฒนาและคิดค้นผลิตภัณฑ์นวัตกรรมใหม่ หรือปรับปรุงกระบวนการผลิตในภาคอุตสาหกรรม เพื่อเพิ่มมูลค่าแก่ผลิตภัณฑ์ และเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศบนรากฐานแห่งความรู้ที่เข้มแข็ง ให้สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้

ปัจจุบันสถาบันฯ ได้ทำวิจัยกับภาคอุตสาหกรรมหลายแห่ง เช่น การใช้แสงซินโครตรอนวิเคราะห์โครงสร้างของเหล็กเพื่อพัฒนาแผ่นเหล็กรีดร้อน ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในการนำไปผลิตรถยนต์ให้มีความแข็งแรงขึ้น และการใช้แสงซินโครตรอนวิเคราะห์องค์ประกอบของธาตุในปูนซีเมนต์ เพื่อพัฒนาปูนให้มีความแข็งแรง ยึดเกาะได้ดีและคงทนต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงการใช้แสงซินโครตรอนในอุตสาหกรรมรมยาง เพื่อพัฒนายางตีนตะขาบให้แข็งแรงและมีอายุการใช้งานได้นานขึ้น เป็นต้น


“แสงซินโครตรอน เป็นแสงที่มีพลังงานและความเข้มแสงสูงกว่าแสงอาทิตย์ถึงล้านเท่า ครอบคลุมตั้งแต่รังสีอินฟาเรด จนถึง รังสีเอกซ์จึงสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในงานวิจัยต่างๆได้หลากหลายสาขา และ  ห้องปฏิบัติการแสงสยาม ถือเป็น ห้องปฏิบัติการวิจัยกลางแห่งชาติ ที่มีเครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียนและพร้อมก้าว สู่ประชาคมอาเซียนอย่างเต็มภาคภูมิ  จึงขอเชิญชวนนักศึกษาและนักวิจัยทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเข้ามาใช้บริการเทคโนโลยีแสงซินโครตรอน ที่สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี จ.นครราชสีมา หรือโทรศัพท์สอบถามได้ที่ 0-4421-7040” ศาสตราจารย์ นาวาอากาศโท ดร.สราวุฒิ กล่าวในตอนท้าย

ส่งข่าวนี้ไปยัง: Digg this story Digg Facebook Share Facebook

ความคิดเห็น ( จำนวนโพส):

โพสแสดงความเห็นของคุณ comment
กรุณาใส่รหัสตามภาพที่เห็น:
หมวดหมู่
หัวข้อข่าวนี้ไม่ระบุหมวดหมู่
ให้คะแนนระดับความนิยม
5.00
AIS SME PACKAGE adv