หน้าแรก | ข่าวทั่วไป | โคราชเปิดตัว 'ฟอสซิลปลาโคราชยุคจูแรสซิก' พันธุ์ใหม่ของโลก

โคราชเปิดตัว 'ฟอสซิลปลาโคราชยุคจูแรสซิก' พันธุ์ใหม่ของโลก

image

มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา จัดแถลงข่าวพบ ฟอสซิลปลายุคจูแรสซิกพันธุ์ใหม่ของโลก "โคราชอิกธิส จิบบัส" จากแหล่งบ้านโนนสาวเอ้ ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (5 พ.ค.60) ที่ห้องประชุมชั้น 2 อาคารสิรินธร สถาบันวิจัยไม้กลายเป็นหิน ฯ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา มีการจัดแถลงข่าว ฟอสซิลปลายุคจูแรสซิกพันธุ์ใหม่ของโลก "โคราชอิกธิส จิบบัส" โดยมี นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ นายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมาเป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย นายสุเมธ อำภรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดนครราชสีมา รศ.ดร.วิเชียร ฝอยพิกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ผศ.ดร.ประเทือง จินตสกุล ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยไม้กลายเป็นหิน ฯ และดร.อุทุมพร ดีศรี นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ผู้ศึกษาฟอสซิลจากแหล่งบ้านโนนสาวเอ้ ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา

10

และพบว่าเป็นปลาน้ำจืดสกุลใหม่และชนิดใหม่ของโลก ในยุคจูแรสซิกตอนปลายถึงครีเทเชียสตอนต้น หรือประมาณ 150 ล้านปีก่อน ปลาชนิดนี้มีลักษณะเด่น คือ บริเวณหลังส่วนคอมีลักษณะเป็นโหนกชัดเจน ผศ.ดร.ประเทือง จินตสกุล ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยไม้กลายเป็นหิน ฯ กล่าวถึงที่มาของฟอสซิลปลาว่าพบในก้อนหินที่แตกออกเป็น 2 ซีกจากการขุดแหล่งน้ำใกล้น้ำตกถ้ำขุนโจรในเขตคุ้มบ้านท่าเรือของหมู่บ้านโนนสาวเอ้ ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา และชาวบ้าน นำโดย นายวิโรจน์ ปิ่นปก ได้นำก้อนหิน 2 ก้อนดังกล่าวไปวางไว้ที่ศาลเจ้าพ่อน้ำตกถ้ำขุนโจรใกล้น้ำตกดังกล่าวด้วย

จวบจนผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นนำโดยนายประวิทย์ สุดเนตร แจ้งข่าวไปที่หัวหน้าภาควิชาภูมิศาสตร์ สถาบันราชภัฏนครราชสีมาขณะนั้น คณาจารย์ในภาควิชา คือ รศ.ประชา อินทร์แก้ว อาจารย์ณรงค์ ปรีชาญาณ ผศ.ประมวล เหมพงศ์พันธุ์ และผศ.ดร.ประเทือง จินตสกุล พร้อมผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปยังศาลเจ้าพ่อน้ำตกถ้ำขุนโจร และพบกับ นายวิโรจน์ ปิ่นปก เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2540 จึงได้ยินการบอกเล่าถึงที่มาดังกล่าวแล้วข้างต้นและได้อนุเคราะห์มอบซากปลาให้กับมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมานำไปอนุรักษ์ ศึกษาวิจัย เพื่อประโยชน์ในทางวิชาการสืบไป แต่ด้วยความขาดแคลนนักวิจัยฟอสซิลปลา เวลาจึงล่วงเลยมาถึง 17 ปี

11

  ปลาชนิดนี้เป็นปลากระดูกแข็งโบราณสกุลใหม่และชนิดใหม่ของโลก ตั้งชื่อว่า โคราชอิกธิส จิบบัส


จนกระทั่งเมื่อปี พ.ศ. 2557 จึงได้เริ่มมีการศึกษา โดย ดร.อุทุมพร ดีศรี ผศ.ดร.ประเทือง จินตสกุล และดร.ลิโอเนล คาวิน ผู้เชี่ยวชาญฟอสซิลปลาจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารชั้นนำของโลกด้านบรรพชีวินวิทยา คือ Journal of Vertebrate Paleontology เมื่อปลายปี 2559 ดร.อุทุมพร ดีศรี กล่าวว่า ปลาชนิดนี้เป็นปลากระดูกแข็งโบราณสกุลใหม่และชนิดใหม่ของโลก ตั้งชื่อว่า โคราชอิกธิส จิบบัส (Khoratichthys gibbus; โดย khorat=โคราช, ichthys=ปลากระดูกแข็ง, gibbus=โหนก) ซึ่งมีลักษณะดังนี้ ขนาดรูปร่างยาว 36 ซม. กว้าง 12 ซม. หนา 8 ซม. บริเวณคอแสดงลักษณะเป็นโหนกชัดเจน จนเป็นที่มาของชื่อ "จิบบัส" ลำตัวปกคลุมด้วยเกล็ดรูปสี่เหลี่ยมและมีเกล็ดตรงสันกลางหลังที่ยาวแหลมคล้ายหนาม มีกระดูกปิดส่วนแก้ม กระดูกที่ล้อมรอบเบ้าตา มีน้อยชิ้น และกระดูกปิดเหงือกมีรูปร่างเป็นทรงสี่เหลี่ยม

ในการศึกษาถึงความสัมพันธ์ทางวิวัฒนาการของปลากระดูกแข็งที่มีก้านครีบในกลุ่มจิงกลีโมเดียน(กลุ่มปลามีเกล็ดสี่เหลี่ยม) ทั้งหมด 25 สกุล พบว่า ปลาสกุลโคราชอิกธิส แสดงลักษณะพื้นฐานที่สุดของปลาในอันดับ เลปิซอสติฟอร์ม (Lepisosteiformes) หรืออันดับอัลลิเกเตอร์การ์ (ปลาปากจระเข้) นั่นแสดงว่าเป็นพวกปลากลุ่มแรกๆ สุด หรือมีวิวัฒนาการต่ำสุดในอันดับปลาดังกล่าว นอกจากนี้ ปลาโคราชอิกธิส ยังเป็นหลักฐานที่แสดงถึงความหลากหลายของปลาจิงกลีโมเดียน ที่พบในหมวดหินภูกระดึงของไทยอีกด้วย และจากความหลากชนิดของปลาจิงกลีโมเดียนดังกล่าว  ซึ่งพบในสภาพแวดล้อมน้ำจืดของช่วงเวลาตั้งแต่กลางยุค จูแรสซิกถึงต้นยุคครีเทเชียสของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นี้ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการครอบครองพื้นที่แหล่งน้ำจืดของปลาเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี

ตลอดเวลากว่า 30 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยเรามีการค้นพบฟอสซิลปลาจิงกลีโมเดียนในปลายยุค จูแรสซิกถึงต้นยุคครีเทเชียส ในหลายพื้นที่บริเวณที่ราบสูงโคราช ชนิดแรกที่ค้นพบและตีพิมพ์โดย Cavin และคณะ ในปี 2003 มาจากแหล่งภูน้ำจั้น หมวดหินภูกระดึง จังหวัดกาฬสินธุ์ เคยตั้งชื่อว่า "เลปิโดเทส” พุทธบุตรเอนซิส ซึ่งต่อมาพบตัวอย่างที่สมบูรณ์มากขึ้น จึงทำการศึกษาใหม่โดย Cavin และคณะ ในปี 2013 และตั้งเป็นปลาสกุลใหม่ว่า ไทยอิกธิส อีกชนิดต่อมา คือ อิสานอิกธิส พาลัสทริส พบในแหล่งเดียวกันกับ ไทยอิกธิส และอีกชนิดคือ อิสานอิกธิส เลิศบุศย์ศรี พบในแหล่งภูน้อย จังหวัดกาฬสินธุ์


ซึ่งจากข้อมูลการศึกษาลำดับความสัมพันธ์ทางวิวัฒนาการ พบว่า ทั้ง ไทยอิกธิส และ อิสานอิกธิส จัดเป็นพวก เลปิซอสติฟอร์ม พวกแรก ๆ (basal)แต่ โคราชอิกธิส นี้ปรากฏลำดับความสัมพันธ์ที่บ่งบอกว่าเป็นพวกแรกสุด (basal most)ทำให้การค้นพบปลากระดูกแข็งโคราชครั้งนี้ เป็นหลักฐานบ่งชี้ถึงการแพร่กระจายพันธุ์ปลาน้ำจืดในอันดับเลปิซอสติฟอร์มจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สู่ภูมิภาคอื่นของโลกนอกจากงานแถลงข่าวฟอสซิลพันธุ์ใหม่นี้แล้ว ยังมีนิทรรศการถาวรของปลาโคราชอิกธิส ในอาคารพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ของสถาบันวิจัยไม้กลายเป็นหิน ฯ เปิดบริการให้เข้าชมทุกวัน ยกเว้นวันจันทร์ และระหว่างวันที่ 1-4 สิงหาคม 2560 นี้จะมีการจัดการประชุมทางวิชาการนานาชาติเกี่ยวกับปลาเมโซโซอิก ครั้งที่ 7 (7th INTERNATIONAL MEETING ON MESOZOIC FISHES "Systematics and Paleobiogeographic Patterns”) ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดขึ้นที่มหาวิทยาลัยมหาสารคามอีกด้วย ติดตามข่าวได้ที่เว็บไซต์ https://immf7.msu.ac.th/


ส่งข่าวนี้ไปยัง: Digg this story Digg Facebook Share Facebook

ความคิดเห็น ( จำนวนโพส):

โพสแสดงความเห็นของคุณ comment
กรุณาใส่รหัสตามภาพที่เห็น:
หมวดหมู่
หัวข้อข่าวนี้ไม่ระบุหมวดหมู่
ให้คะแนนระดับความนิยม
5.00
AIS4G adv