หน้าแรก | ประชาคม-ร้องทุกข์ | รอง ปธ.สมาพันธ์ท่องเที่ยวฯแนะกรมป่าไม้ประนีประนอมในพื้นที่ อ.วังน้ำเขียวใช้กฎหมายชาวบ้านเดือดร้อน

รอง ปธ.สมาพันธ์ท่องเที่ยวฯแนะกรมป่าไม้ประนีประนอมในพื้นที่ อ.วังน้ำเขียวใช้กฎหมายชาวบ้านเดือดร้อน

image นายเสมอ จินดาพงษ์ รองประธานสมาพันธ์การท่องเที่ยวส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทยและนายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดนครราชสีมา

รองปธ.สมาพันธ์การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย แนะกรมป่าไม้ควรทำการประนีประนอมกับผู้ประกอบการรีสอร์ทในพื้นที่อ.วังน้ำเขียว ชี้หากใช้แต่กฏหมายชาวบ้านเดือดร้อนแน่

วานนี้(16ก.ค.54) นายเสมอ  จินดาพงษ์  รองประธานสมาพันธ์การท่องเที่ยวส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทยและนายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดนครราชสีมา ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวถึงกรณีที่กรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม จะเข้าจัดระเบียบและดำเนินคดีกับรีสอร์ทที่บุกรุกป่าสงวนที่อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมาว่า ในพื้นที่ อ.วังน้ำเขียว เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและได้รับคำขนานนามว่าเป็นแหล่งโอโซนอันดับ 7 ของโลก ทำให้นักท่องเที่ยวต่างต้องการเข้ามาสัมผัสธรรมชาติอย่างแท้จริง ดังนั้นตนเชื่อว่าการที่กรมป่าไม้จะเข้ามาดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่บุกรุกพื้นที่ป่าสสงวนก็ควรที่จะมีการผ่อนหนักผ่อนเบาเนื่องจากอ.วังน้ำเขียวเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ติดอันดับ ดังนั้นหากแหล่งท่องเที่ยวไม่มีที่พักก็จะไม่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามายังจ.นครราชสีมา ได้ และก็จะไม่มีเงินสะพัดและกระทบต่อรายได้ของประชาชน ตนต้องการให้กรมป่าไม้มีการควบคุมเขตพื้นที่ปัจจุบันเพื่อไม่ให้มีการบุกรุกเพิ่มเติม หรือมีคำสั่งให้มีการปรับภูมิทัศน์โดยให้รีสอร์ทแต่ละแห่งมีการปลูกต้นไม้เพิ่มมากขึ้นเพื่อชดเชยต่อสิ่งที่ขาดหายไป แต่หากมีคำสั่งให้มีการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดตนเชื่อว่าจะเป็นการทำลาย อ.วังน้ำเขียวมากกว่า และแหล่งท่องเที่ยวต่างๆที่ได้มีการพัฒนาขึ้นมาและที่กำลังจะเกิดขึ้นก็จะเสียหาย และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือรายได้ของ จ.นครราชสีมา จะขาดหายไป

นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว จ.นครราชสีมากล่าวอีกว่าส่วนตัวแล้วตนต้องการให้กรมป่าไม้มีการประนีประนอมกับผู้ประกอบการในพื้นที่พร้อมทั้งพูดคุยถึงหลักการในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ เพื่อไม่ให้มีการบุกรุกเพิ่มเติมหรือให้หยุดอยู่แค่นี้ แต่เมื่อมีมาตรการออกมาแล้วพบว่าผู้ประกอบการรายใดที่มีการสร้างสิ่งปลูกสร้างเพิ่มเติม หรือบุกรุกก็ต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย  เช่น ผู้ประกอบการรายนี้มีที่พัก 10 หลัง ก็ให้แค่ 10 หลัง ห้ามสร้างเพิ่มเติม แต่หากมีผู้ประกอบการรายที่มีการก่อสร้างที่พักรีสอร์ทคาบเกี่ยวกับการรุกที่ป่าสงวนกรมป่าไม้ก็ควรที่จะมีการพูดคุยเพื่อทำการประนีประนอมและหาทางแก้ไขร่วมกัน แต่ถ้ากรมป่าไม้จะใช้หลักนิติศาสตร์คือนำกฏหมายเข้ามารื้อถอนสิ่งปลูกสร้างตนมั่นใจว่าผู้ที่เดือดร้อนที่สุดคือผู้ประกอบการที่ได้ลงทุนไปเป็นจำนวนมาก ซึ่งหากผู้ประกอบการรู้ว่าการที่เข้ามาสร้างสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่ อ.วังน้ำเขียวเป็นสิ่งที่ผิดกฏหมายกรมป่าไม้ก็ควรที่จะมีการห้ามปรามตั้งแต่เริ่มแรกที่มีการก่อสร้าง ก็จะไม่มีใครกล้าฝ่าฝืน แต่มาถึงปัจจุบันนี้วังน้ำเขียวมีการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวไปมากแล้ว ทางออกที่ดีที่สุดคือการประนีประนอมหรือมีการเก็บเงินค่าบ้านพักหรือรีสอร์ทแต่ละหลังเข้ารัฐเพื่อนำมาพัฒนาบ้านเมืองต่อไปน่าจะดีกว่า นายเสมอฯ กล่าว

ส่งข่าวนี้ไปยัง: Add to your del.icio.us del.icio.us Digg this story Digg Add to Technorati Technorati

ความคิดเห็น ( จำนวนโพส):

โพสแสดงความเห็นของคุณ comment
กรุณาใส่รหัสตามภาพที่เห็น:
หมวดหมู่
หัวข้อข่าวนี้ไม่ระบุหมวดหมู่
ให้คะแนนระดับความนิยม
2.00
ais package adv