หน้าแรก | ประชาสังคม-ร้องทุกข์ | ชาวไร่ข้าวโพด อ.เสิงสาง ร้องถูกนายทุนเบี้ยวจ่ายเงินค่าข้าวโพด 40 ล้าน

ชาวไร่ข้าวโพด อ.เสิงสาง ร้องถูกนายทุนเบี้ยวจ่ายเงินค่าข้าวโพด 40 ล้าน

image ว่าที่ร้อยตรีวรพจน์ ขำศรีบุศ นายอำภอเสิงสาง จังหวัดนครราชสีมา รับหนังสือร้องเรียนจากกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพด

เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดหวาน อ.เสิงสาง โคราช กว่า 200 ราย บุกที่ว่าการอำเภอ ร้องถูกนายทุนในพื้นที่เชิดเงินขายข้าวโพดเกือบ 40 ล้านบาท เผยไม่ได้รับเงินมานานกว่า 3 เดือน ด้านนายอำเภอลงตรวจสอบข้อเท็จจริงเตรียมส่งหนังสือไปยังบริษัทนายทุนใหญ่ ให้กำหนดระยะเวลาในการจ่ายเงินให้เกษตรกร หากไม่คืบหน้าต้องให้เกษตรกรผู้เสียหายแจ้งความดำเนินคดีต่อไป

ผู้สื่อข่าวโคราชฟอรั่มออนไลน์รายงาน ว่าเมื่อวันที่ 9 ม.ค.58 ที่ผ่านมา ตัวแทนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดหวาน ในพื้นที่ ตำบลบ้านราษฎร์, ตำบลโนนสมบูรณ์ และตำบลเสิงสาง อำเภอเสิงสาง จังวัดนครราชสีมา ได้รวมตัวกันเข้ายื่นหนังสือกับว่าที่ร้อยตรีวรพจน์ ขำศรีบุศ  นายอำภอเสิงสาง เพื่อขอความช่วยเหลือ หลังจากเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดหวานในพื้นที่ 3 ตำบล จำนวนกว่า 200 ราย กำลังเดือดร้อนหนักจากการนำข้าวโพดหวานไปขายให้กับนายทุนในพื้นที่แล้วได้ รับแต่เพียงเอกสารใบรับซื้อที่ออกให้กับเกษตรกรที่นำข้าวโพดไปขายให้ แต่ไม่ได้มีการประสานให้เข้าไปติดต่อรับเงินค่าขายข้าวโพดหวานมานานกว่า 3 เดือน เป็นจำนวนเงินเกือบ 40 ล้านบาท ทำให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดหวานต้องไปหาหยิบยืมเงินจากสถานที่ต่างๆ มาใช้จ่ายในครอบครัว อีกทั้งเมื่อได้มีการสอบถามไปยังนายทุนที่รับซื้อข้าวโพดในพื้นที่ก็แจ้งเพียงว่าทางบริษัทใหญ่ปลายทางในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี ที่เป็นผู้รับซื้ออีกทอดหนึ่งนั้นยังไม่มีเงินที่จ่ายให้กับเกษตรกร จึงมีการรวมตัวของตัวแทนเกษตรกรเพื่อให้ทางหน่วยงานราชการนั้นเข้ามาช่วยเหลือความเดือดร้อนของประชาชน

 

3


ว่าที่ร้อยตรีวรพจน์ ขำศรีบุศ  นายอำภอเสิงสาง จังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า หลังจากที่มีชาวบ้านเข้ามาร้องเรียนเรื่องความเดือดร้อนจากการที่ขายข้าวโพดแล้วไม่ได้เงินตั้งแต่ต้นตุลาคม 2557 ผ่านมาจึงถึงขณะนี้ ทางอำเภอก็ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบข้อเท็จจริง ก็พบว่ามีชาวบ้านจำนวนกว่า 200 ราย ที่ได้ขายข้าวโพดกับห้างหุ่นส่วนจำกัด ที.เอ็ม อินเตอร์กรุ๊ป ตั้งอยู่เลขที่ 17 หมู่ที่6 ตำบลบ้านราษฎร์ อำเภอเสิงสาง จังหวัดนครราชสีมา มีเกษตรกรที่ยังไม่ได้รับเงินจำนวนทั้งสิ้น 119 ราย คิดเป็นจำนวนเงินกว่า 19 ล้านบาท และ ที่บุญเหลียน ข้าวโพดหวาน ตั้งอยู่เลขที่167 หมู่ที่ 5 ตำบลบ้านราษฎร์ อำเภอเสิงสาง จังหวัดนครราชสีมา มีเกษตรกรที่ยังไม่ได้รับเงินจำนวนทั้งสิ้น 85 ราย คิดเป็นจำนวนเงินกว่า 19 ล้านบาท และจากการตรวจสอบไปยังสถานที่รับซื้อข้าวโพดจากชาวบ้านในพื้นที่ทราบว่าทั้ง 2 แห่งนั้นได้มีส่งไปขายให้กับบริษัทแห่งหนึ่งในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี และทางบริษัทฯนั้นยังไม่ได้มีการโอนเงินมาให้แหล่งรับซื้อข้าวโพดในพื้นที่ทั้ง 2 แห่ง ดังนั้นจึงทำให้ไม่มีเงินที่จะสามารถจ่ายให้เกษตรกรได้ และจากการสอบถามในเบื้องต้นทางบริษัทฯ ได้เลื่อนการจ่ายเงินให้กับแหล่งรับซื้อข้าวโพดทั้ง 2 แห่งมาโดยตลอด ซึ่งเดิมทีแจ้งว่าจะโอนเงินค่าขายข้าวโพดหวานนั้นมาให้ทุกสัปดาห์ แต่ล่าสุดจนถึงปัจจุบันก็ยังไม่มีการโอนเงินเข้ามาให้กับแหล่งรับซื้อที่เป็นตัวแทนทั้ง 2 แห่ง โดยอ้างว่าบริษัทฯใหญ่ในต่างประเทศนั้นยังไม่ได้มีการโอนเงินเข้ามาให้ เนื่องจากติดช่วงเทศกาลปีใหม่ ซึ่งส่วนตัวคิดว่าเรื่องนี้เป็นความเดือดร้อนของประชาชนเป็นอย่างมาก

 

 

2



ดังนั้นทางอำเภอจะต้องมีการมาตรการในการช่วยเหลือเกษตรกรโดยการจะประสานไปยังแหล่งรับซื้อข้าวโพดหวานทั้ง 2 แห่ง ก็คือ ที.เอ็ม อินเตอร์กรุ๊ป , บุญเหลียน  และบริษัทฯใหญ่ นั้นเข้ามาพูดคุย พร้อมทั้งจะต้องมีตัวแทนของหน่วยงานราชการเข้าร่วมเพื่อเป็นพยาน อาทิ เจ้าหน้าที่ตำรวจ เกษตรอำเภอ โดยมีตนเองนั้นเป็นประธานในการพูดคุยเพื่อหาทางออกให้กับทุกๆ ฝ่าย อีกทั้งทางอำเภอเสิงสางก็จะต้องออกหนังสือส่งไปยัง บริษัทฯใหญ่ เพื่อให้แจ้งให้ทราบถึงความเดือดร้อนของประชาชนและกำหนดระยะเวลาในการจ่ายเงินให้กับเกษตรกร แต่หากยังไม่มีความคืบหน้าตนเองก็จะต้องให้เกษตรกรที่ตกเป็นผู้เสียหายนั้นให้ไปแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้ง 3 ราย ว่าที่ร้อนตรีวรพจน์ฯกล่าว

 

4



ด้านนายสำเริง  ภู่ผึ้ง  ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่2 ตำบลบ้านราษฎร์ อำเภอเสิงสาง จังหวัดนครราชสีมา (หนึ่งในเกษตรกรผู้ขายข้าวโพดหวาน) กล่าวว่า ตนเองนั้นได้นำข้าวโพดหวานไปขายให้กับ บุญเหลียนข้าวโพดหวาน เป็นจำนวนเงินกว่า 1แสนบาท โดยตนเองได้ขายตั้งแต่เดือนตุลาคม 2557 จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่ได้รับเงินแม้แต่บาทเดียว ซึ่งขณะนี้ตนเองนั้นเดือดร้อนเป็นอยากมาก ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายในครอบครัว ค่าผ่อนรถ ธกส.และจ่ายเงินกองทุนหมู่บ้าน แต่จากการที่ตนและชาวบ้านได้สอบถามไปยังบริษัทใหญ่ ก็ได้มีการส่งตัวแทนมาพูดคุยกับชาวบ้านในพื้นที่ โดยในเบื้องต้นตัวแทนบริษัทได้เสนอให้กับชาวบ้านว่า จะมีการจ่ายเงินให้กับเกษตรกรที่ขายข้าวโพดในทุกวันศุกร์ เป็นจำนวนเงินครั้งละ 1 ล้านบาท แต่เมื่อสอบถามไปยังบุญเหลียน ข้าวโพดหวาน พบว่าทางบริษัท ได้มีการโอนเงินมาให้กับทางบุญเหลียน เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2557เป็นจำนวนเงินเพียง 3 แสนบาท และหลังจากนั้นก็ยังไม่ได้มีการโอนเงินเข้ามาเพื่อจ่ายเกษตรกรแต่อย่างไร ดังนั้นเมื่อไม่มีการโอนเงินค่าข้าวโพดมาให้เกษตรกรก็ทำให้เกษตรกรนั้นยังต้องไปหาหยิบยืมเงินมาจากที่อื่น โดยบางรายนั้นต้องไปกู้เงินดอกเบี้ยรายวันเพื่อนำมาใช้จ่ายในครอบครัว ซึ่งตนเองยืนยันว่าหากถึงสิ้นเดือนมกราคม2558 ยังไม่ได้รับเงินที่ครบจำนวนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดหวานก็จะต้องไปแจ้งความดำเนินคดีต่อไป นายสำเริงฯกล่าว


ด้านนายอัคครัตน์  เขียนค้างพลู  อยู่บ้านเลขที่74/3 ตำบลเสิงสาง อำเภอเสิงสาง จังหวัดนครราชสีมา (หนึ่งในเกษตรกรผู้ขายข้าวโพดหวาน) กล่าวว่า ตนเองได้ขายตั้งแต่เดือนตุลาคม 2557 เป็นจำนวนเงินกว่า 1 แสน 8 หมื่นบาท ซึ่จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่ได้รับเงินแม้แต่บาทเดียว โดยตนเองได้พยายามติดต่อไปยังนายทุนที่รับซื้อ นายทุนได้แจ้งว่าอีก 1 เดือนให้มารับเงินค่าขายข้าวโพด แต่เมื่อครบกำหนดนายทุนได้แจ้งว่าทางบริษัทใหญ่ ในพื้นที จังหวัดกาญจนบุรี นั้นยังไม่ได้มีการโอนเงินค่าข้าวโพดมาให้ทำให้ยังไม่สามารถที่จะจ่ายเงินได้ จึงให้รอไปอีก 1 เดือน ซึ่งขณะนี้ตนเองนั้นเดือดร้อนเป็นอยากมาก ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายในครอบครัว ค่าผ่อนรถ ธกส.และจ่ายเงินกองทุนหมู่บ้าน อีกทั้งตนเองยังต้องไปหายืมเงินกู้ดอกเบี้ยรายวันเพื่อนำมาใช้จ่ายในครอบครัว ซึ่งเดือดร้อนเป็นอย่างมาก ดังนั้นต้องการให้หน่วยงานี่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อให้เกษตรกรนั้นได้มีเงินนำไปใช้หนี้สินและเก็บไว้ทำทุนในการเพาะปลูกต่อไป นายอัคครัตน์ฯกล่าว


ขณะที่พลอย  เอ็นแคน  อยู่บ้านเลขที่95 หมู่ที่11 ตำบลโนนสมบูรณ์ อำเภอเสิงสาง จังหวัดนครราชสีมา (หนึ่งในเกษตรกรที่ยังไม่ได้รับเงินขายข้าวโพดหวาน) กล่าวว่า ขณะนี้ตนเองเดือดร้อนเป็นอย่างมากเนื่องจากไม่มีเงินใช้จ่ายในครอบครัว อีกทั้งหนี้สินก็ที่จะต้องจ่ายก็จะต้องขอเลื่อนนัดจ่ายออกไปก็ทำให้ดอกเบี้ยนั้นเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน โดยเงินที่ขายข้าวโพดของตนเองที่ยังไม่ได้รับนั้นเป็นจำนวนเงินกว่า 8 หมื่นบาท แต่หากหักค่าเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดหนาวไปก็จะเหลือเงินที่ต้องจ่ายกว่า 5 หมื่นบาท โดยตนเองยอมรับว่าตั้งแต่เดือนตุลาคมที่ผ่านมาตนเองต้องไปหายืนเงินจากเพื่อบ้าน และไปกู้เงินจาก ธกส.เพื่อมาใช้จ่ายในครอบครัว ตนยอมรับว่าลำบากมาก ดังนั้นต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเหลือเกษตรกรที่ขณะนี้กำลังเดือดร้อนเป็นอย่างมาก เพราะเงินก้อนนี้มีความสำคัญกับครอบครัวของตนเองเป็นอย่างมาก นางพลอยกล่าวฯ


ส่งข่าวนี้ไปยัง: Digg this story Digg Facebook Share Facebook

ความคิดเห็น ( จำนวนโพส):

โพสแสดงความเห็นของคุณ comment
กรุณาใส่รหัสตามภาพที่เห็น:
หมวดหมู่
หัวข้อข่าวนี้ไม่ระบุหมวดหมู่
ให้คะแนนระดับความนิยม
5.00
ais adv