หน้าแรก | ประชาสังคม-ร้องทุกข์ | ชาวไร่มันโคราช ถังแตก หนี้ท่วม ! ราคามันตกต่ำ ภัยแล้งโรคระบาดรุมซ้ำ

ชาวไร่มันโคราช ถังแตก หนี้ท่วม ! ราคามันตกต่ำ ภัยแล้งโรคระบาดรุมซ้ำ

image

มันสำปะหลังถือว่าเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ ของจังหวัดนคราชสีมา เป็นพืชที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรชาวโคราช ในลำด้บต้นๆของจังหวัด นอกจากโคราชจะมีพื้นที่ปลูกมันสำปะหลังมากที่สุดในประเทศไทยกว่า 1.8 ล้านไร่ ยังเป็นศูนย์กลางทางการค้าและศูนย์กลางการผลิตแป้งมันที่ใหญ่ที่สุดในโลก จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่ชาวโคราช มีประชากรที่เกี่ยวข้องกับมันสำปะหลังเกินกว่าครึ่งและมีมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่าสองหมื่นล้านบาท

ผลกระทบเศรษฐตกต่ำชาวไร่ขายมันขาดทุน
วันนี้ชาวไร่มันสำปะหลังที่เคยยิ้มอย่างมีความสุข เพราะมันสำปะหลังขายได้ราคาดี มาเกือบ 20 ปี จนเศรษฐกิจของโคราชเติบโตมาอย่างต่อเนื่อง วันนี้ชาวไร่มันสำปะหลังกำลังพบกับวิกฤติ กับภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ และรายได้ที่ลดลงอย่างมาก จากราคาสินค้าเศรษฐกิจตกต่ำเกือบทุกตัว มันสำปะหลังก็เช่นกัน ปี 2557/58 ชาวไร่ขายมันเฉลี่ย ในปีฤดูเก็บเกี่ยวปี 58 ประมาณ 2.30ที่เชื้อแป้ง 25% แต่ในปี 2559 เป็นต้นมา เกษตรกรกลับขายได้เพียง 1.80-2.00 บาทเท่านั้น ทำให้กเษตรกรขาดทุน เพราะที่ผ่านมาเคยมีการคำนวนต้นทุนการปลูกของเกษตรกร อยู่ที่ราคา กิโลกรัมละ 1.98บาท ยังไม่รวมค่าคนงาน ค่ารถขนส่งอีกไม่ต่ำกว่า กิโลกรัมละ.35 สตางค์ หมายถึง เกษตรกรผู้ปลูกมัน มีต้นทุนพร้อมขาย อยู่ที่ประมาณ 2.30 บาทต่อกิโลกรัม ปัจจุบันราคารับซื้ออยู่ที่ 2 บาท ชาวไร่ก็ขาดทุนไปแล้ว .30 สตางค์ หากเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งทั่วไป คงมีม็อบออกมาเคลื่อนไหว ปิดถนนให้รัฐบาลช่วยเหลือยกระดับราคามันไปแล้ว

02

เผยเงินกู้ ธกส.ไม่พอใช้หนี้ ภาวะดินพอกหางหมู
แต่เมื่อรัฐบาลทหารเข้ามาปฏิเสธการใช้ระบบประชานิยม และใช้แนวทางอื่นแทน เช่น ให้ธกส.ปล่อยกู้เพื่อชลอการเก็บเกี่ยว  ให้เงินกู้เพื่อลงทุนเพิ่มผลผลิตทำระบบน้ำหยดก็ตาม  แต่ไม่ได้ช่วยให้ตลาดดีขึ้น แม้รัฐมนตรีกระทรวงพานิชย์จะเดินทางมาเยี่ยม ตรวจราชการหลายครั้ง ก็ยังไม่สามารถเข้าใจปัญหาและแก้ปัญหาได้  อีกทั้งเกษตรกรที่กู้เงินจาก ธกส. มาก็ถูกเร่งให้ชำระหนี้และดอกเบี้ยตามกำหนดเวลา  แต่เกษตรกรขายมันสำปะหลัง ขาดทุน ไม่มีกำไร ไม่พอใช้หนี้ก็ต้องไปกู้นอกระบบมาอีก ยิ่งทำให้กษตรกรลำบากเข้าไปอีก สรุปคือ กู้เงิน มาจ่ายหนี้ เป็นงูกินหาง ดินพอกหางหมู

03

ช้ำหนักแล้งกระหน่ำซ้ำโรคระบาดรุม
ผลิตได้น้อยเงินหายไปไร่ละ 3 พัน

และที่หนักว่านั้นก็คือปัญหาเรื่องผลผลิต โดยทั่วไปเกษตรกรโคราชปลูกมันในสภาพอากาศปกติ เคยปลูกได้เฉลี่ย 4.6 ตันต่อไร่ มาปีนี้สภาพอากาศแล้งสุด ๆ ซ้ำบางรายเจอโรครากเน่าระบาด ทำให้หัวมันเน่าคาไร่ ขายไม่ได้ ทำให้ปีนี้ คาดว่าผลผลิตเฉลี่ยจะได้ ประมาณ 3.1 ตันต่อไร่ เท่ากับ เงินหายไปไร่ละ 3,000 กว่าบาท ฟังดูแล้วน่าเก๊กซิมขนาดไหน ได้ผลิตน้อย แล้วมาขายได้ราคาถูกอีก

พ้อหมดกำลังใจชาวไร่จะตายก่อนเลือกตั้งร้องรัฐบาลช่วยพยุงราคา
นาย สมนึก บัวพิมาย เกษตรกรชาวไร่มัน อำเภอหนองบุญมาก ได้เล่าให้นักข่าวฟังว่า "ปีนี้ถือว่าลำบาก สุดๆอีกปี ชาวไร่ปลูกมันมา 12 เดือน เราจะมีความสุขก็ตอนถอนมันนี่แหล่ะ ขายได้ราคาเราก็มีกำลังใจ มีเงินเหลือไปใช้หนี้ที่เอามาลงทุน แต่ปีนี้ราคามันต่ำจน หมดแรง เพราะทำแล้วไม่เห็นกำไร ปลูกก็ยากเจอแล้งก็ต้องปลูกใหม่ ไหนจะเพลี้ยระบาดไรแดง เจอโรครากหัวเน่า ทำให้ลงทุนเพิ่มอย่างเดียว เงินกู้เขามานอกระบบและในระบบ มีแต่ดอกเบี้ย รัฐบาลก็น่าจะเห็นใจบ้างกำหนดราคา หรือแทรกแซงบ้าง ไม่ใช่ปล่อยราคาตกต่ำแบบนี้ ชาวไร่จะตายก่อนมีเลือกตั้งไหม ถ้าจะช่วยชาวไร่ก็น่าจะทำได้ ที่ผ่านมาแจกเงินชาวนา ชาวสวนยาง ทำไมทำได้ ชาวไร่มันสำปะหลังก็น้อยใจเหมือนกัน อยากให้รัฐบาล ดูแลชาวไร่มัน ที่ราคามัน เรื่องอื่นเราช่วยตัวเองได้ แต่ถ้าราคาไม่ดี ราคาถูกหมดแรงหมดกำลังใจที่จะปลูกครับ แต่คนอีสานถ้าไม่ปลูกมันก็ไม่รู้จะปลูกอะไร เพราะสภาพอากาศมันแล้งครับ"

04

วอนดูแลพ่อค้าอย่าเอากำไรเกินควร
ทางด้านนายเสนาะ ต่ายกระโทก  ชาวไร่มันและแกนนำกลุ่มเกษตรกร "วันนี้ราคามันตกต่ำ ทำเอาชาวไร่เดือดร้อน คนในตลาดก็เดือดร้อน เพราะวันนี้ขายมันได้ถูกมาก บางทีไม่ถึงสองบาท ถอนแล้วพอใช้หนี้ก็ดีไป แต่ไม่เหลือเงินกำไรให้ใช้เลย ไม่มีเงินเหลือไปเดินตลาดซื้อกับข้าวตลาดก็เงียบ แม่ค้าขายของไม่ได้ เศรษฐกิจรากหญ้าก็กำลังใกล้ตาย ผมติดตามข่าวสารตลอด ผมยังข้องใจอยู่ ปีนี้เกิดภัยแล้ง ผลผลิตมีน้อยทำไมราคาลดลง ราคาแป้งมันก็ยังดีอยู่ แต่ทำไมพ่อค้ากลับมาซื้อหัวมันชาวไร่ ในราคาถูก มากดราคากันหรือไม่ ทำไมรัฐบาลไม่ลงมาดูแลอย่างใกล้ชิด ควบคุมพ่อค้าอย่าเอากำไรเกินไป ผมเชื่อถ้ารัฐบาลลงมาดูแลจริงๆ ราคาต้องดีกว่านี้ ครับ"

 

07

ตลาดตื่นกระแสข่าว “พ่อค้าชาวจีนปล่อยข่าวทุบราคามันเส้น เพื่อกว้านซื้อของถูกไปขาย”
ส่วนทางด้านตัวแทนผู้ประกอบการลานมันในจังหวัดนครราชสีมา ผู้ผลิตแปรรูปมันสำปะหลังได้ให้ข้อมูลการค้า ตลาดมันว่า "ปีนี้มองดูปัจจัยรอบด้านแล้ว เห็นราคามันหัวสดของชาวไร่ตกต่ำ ก็น่าจะมาจาก ตลาดจีนที่เราส่งมันเส้นไปขาย ปีละ 7-8 ล้านตันต่อปี มีการปล่อยข่าวว่าจีนจะระบายข้าวโพดในสต็อกที่เก็บไว้เป็นจำนวนมากออกมาให้กับโรงงานแอลกอฮอล์ที่ใช้มันเส้นจากไทยในราคาถูก ทำให้ตลาดตื่นข่าวไม่กล้าสั่งซื้อมันเส้นจากไทยไปกลัวขายไม่ได้ เพราะสู้ราคาข้าวโพดไม่ไหว ทำให้ราคามันเส้นตกรูด จากราคา 7 บาทกว่าลงมาเหลือเพียง 5.20 บาท ลานมันก็ไม่กล้าซื้อมันมาตาก จึงไม่มีกลไกลการแข่งขัน ดันราคากับโรงแป้ง”

“ทำให้ปีนี้ โรงแป้งจึงซื้อมันแบบไม่ต้องแข่งขันกับลานมัน ทำให้ราคาหัวมันอ่อนลงอย่างต่อเนื่อง และประเด็นการเข้มงวดการนำเข้ามันสำปะหลังจากประเทศเพื่อนบ้าน ก็เริ่มเข้มงวดมากขึ้นเนื่องจากเป็นสินค้าเหมือนกัน ขายตลาดเดียวกัน ออกสู่ตลาดพร้อมกัน จึงต้องควบคุมอย่างใกล้ชิด แต่ปัจจุบันเริ่มมีสัญญานที่ดีที่ผู้ซื้อเริ่มกลับเข้ามาซื้อเพราะเริ่มรับข่าวว่าภัยแล้ง ทำให้ผลผลิตมันเสียหายของมีน้อย และข่าวข้าวโพดในจีนเริ่มชัดเจนขึ้นและที่ผ่านมา มีพ่อค้าชาวจีนปล่อยข่าวทุบราคามันเส้น เพื่อกว้านซื้อของถูกไปขาย ทำให้ราคาตลาดเสียหาย ซึ่งเรื่องนี้ รัฐควรหามาตรการ และวิธีการแก้ไขควบคุมกลุ่มพ่อค้าจีนให้มากขึ้นด้วย"

06

จีนเผยการระบายข้าวโพดมีบางส่วนไม่ส่งผลกระทบนำเข้ามันฯ จากไทย
ล่าสุดทางกระทรวงพานิชย์ ได้มอบหมายให้ นายวินิจฉัย  แจ่มแจ้ง ผู้ช่วยรัฐมนตรี ประจำกระทรวงพานิชย์พร้อมคณะผู้แทน 4 สมาคมการค้ามันสำปะหลัง เดินทางไปยังประเทศจีนในวันที่ 1-4 มีนาคมที่ผ่านมา เพื่อหารือและสอบถามนโยบายการระบายสต๊อกข้าวโพดของจีน ที่เป็นข่าวทำให้พ่อค้าชาวจีนกดราคารับซื้อ ในช่วงปลายปีที่ผ่านมาทำให้ราคามันสำปะหลังตกต่ำ ปรากฏว่า คณะได้ข้อมูลที่ชัดเจนว่าการระบายข้าวโพดของจีน มีแค่บางส่วนเท่านั้น ไม่น่าส่งผลกระทบการนำเข้ามันสำปะหลังจากไทย ฉะนั้นจีนยังคงนำเข้ามันเส้นจากไทยต่อไป และหากรัฐบาลจีนลดการอุดหนุนราคาข้าวโพดในจีน จะทำให้ราคาข้าวโพดขยับขึ้นตามกลไกลตลาด ซึ่งจะทำให้มันเส้นมีโอกาสแข่งขันได้มากขึ้น เพราะมีราคาถูกกว่า

ซึ่งนับจากนี้ไป คงจะได้เห็นราคามันสำปะหลังขยับราคาสูงขึ้น ตามทิศทางปัจจัยต่างๆ โดยเฉพาะภัยแล้งที่สถานการณ์กำลังสาหัสสากรรจ์ในประเทศไทย ซึ่งเป็นโอกาสของสินค้าเกษตรปลูกยากเสี่ยง แล้วจะขายราคาถูกๆได้ยังไงครับ ชาวไร่ฝากถามมา..???

โดเรมอน /รายงาน

 

 

ภาพประกอบข่าว : จากแฟ้มภาพโคราชฟอรั่มออนไลน์

ส่งข่าวนี้ไปยัง: Digg this story Digg Facebook Share Facebook

ความคิดเห็น ( จำนวนโพส):

โพสแสดงความเห็นของคุณ comment
กรุณาใส่รหัสตามภาพที่เห็น:
หมวดหมู่
หัวข้อข่าวนี้ไม่ระบุหมวดหมู่
ให้คะแนนระดับความนิยม
5.00
ais adv