หน้าแรก | ประชาสังคม-ร้องทุกข์ | ศาลยกฟ้อง อดีตผู้ว่าฯโคราชพร้อมพวก คดี 'รื้อมอปลาย่าง'

ศาลยกฟ้อง อดีตผู้ว่าฯโคราชพร้อมพวก คดี 'รื้อมอปลาย่าง'

image

ศาลจังหวัดสีคิ้ว พิพากษายกฟ้อง อดีตผู้ว่าฯโคราช 'ธงชัย ลืออดุลย์' พร้อมพวก คดี 'รื้อมอปลาย่าง' ชี้ทำตามขั้นตอนและถูกต้องตามกฎหมาย เป็นการจัดระเบียบการใช้ประโยชน์ในที่เกิดเหตุตามอำนาจหน้าที่ ไม่ได้ทำนอกกรอบ อีกทั้งมีการจัดพื้นที่รองรับให้แก่ราษฎรรวมถึงผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากการรื้อถอน ระบุฟังไม่ได้ว่ามีเจตนาพิเศษเพื่อให้เกิดความเสียหาย จึงพิพากษายกฟ้องจำเลยทั้งหมด ด้านกลุ่มองค์กรต้านโกงโคราช เฮลั่นให้กำลังใจ

ผู้สื่อข่าวโคราชฟอรั่มออนไลน์รายงานว่า เมื่อเวลา 10.00 น.วันนี้(28 เม.ย.)ที่ห้องพิจารณาคดี 4 ศาลจังหวัดสีคิ้ว อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา นายเสริมพงศ์ ไชยปุร ผู้พิพากษา ออกนั่งบัลลังก์อ่านคำพิพากษาคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1615/2558 ที่นายสมชัย ศรีประเสริฐ เจ้าของร้านลำตะคองซีฟู๊ดมอปลาย่าง ริมอ่างเก็บน้ำลำตะคอง ถ.มิตรภาพ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา เป็นโจทก์ฟ้อง นายธงชัย ลืออดุลย์ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กับพวกรวม 14 คน ทั้งหมดเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2558 ในข้อหา เป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ, ร่วมกันบุกรุก, ทำให้เสียทรัพย์, ลักทรัพย์

โดยฝ่ายโจทก์ไม่ได้เดินทางมาฟังคำ พิพากษา ส่วนฝ่ายจำเลยได้มอบให้นายพิทักษ์ คำวชิรพิทักษ์ รองอัยการจังหวัดสีคิ้ว เป็นผู้รับมอบอำนาจ และนายอำนวยศิลป์ มานะงาน นิติกรที่ทำการปกครองจังหวัดนครราชสีมา มาร่วมฟังคำพิพากษา รวมทั้งเจ้าหน้าที่หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องในการฟ้องคดี, ตัวแทนภาคประชาชนกลุ่มต่อต้านคอร์รัปชั่น จ.นครราชสีมา พร้อมด้วยสื่อมวลชน

4

 

ในระหว่างพิจารณาคดีโจทก์ยื่นคำร้องถอนฟ้องจำเลยที่ 13 คือ นายสุเวช จันทร์จันทึก(ผู้ใหญ่บ้าน ม.12 บ้านเขาน้อย ต.หนองสาหร่าย อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นเจ้าของร้านอาหารครัวน้องเบนซ์)

ในส่วนคดีไต ร่สวน วิเคราะห์แล้วมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า คดีโจทก์มีมูลเหตุที่จะประทับรับฟ้องไว้พิจารณาหรือไม่ ศาลเห็นว่าแม้โจทก์จะมีพยานบุคคลมาเบิกความประกอบพยานเอกสารยืนยันและสนับ สนุนว่า โจทก์เป็นผู้ครอบครองที่ดินที่เกิดเหตุมาจากนางประกอบ คูโคกกรวด เมื่อ 20ปีมาแล้ว และเปิดกิจการร้านอาหารเรื่อยมา ที่ดินที่เกิดเหตุเคยมีมติคณะรัฐมนตรี (ครม.)วันที่ 13 ม.ค.2547 จัดให้ราษฎรที่ถือครองเช่า และยังมีมติของกระทรวงมหาดไทยเห็นชอบให้ผู้บุกรุก 470 รายเช่า รวมทั้งนางประกอบและโจทก์ได้อยู่อาศัยต่อจากนางประกอบ ต่อมานายวินัย บัวประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัด ในขณะนั้นประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินบริเวณมอปลาย่าง มีมติให้ราษฎรเช่าที่ราชพัสดุทำกินได้  แต่ต่อมานายธงชัย ลืออดุลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดในขณะนั้นกับพวก ได้ประชุมร่วมกันและมีมติให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างของโจทก์

แต่เมื่อพิจารณาพยานเอกสารที่โจทก์นำสืบ และพยานเอกสารที่จำเลยที่ 1-12 และที่ 14 นำสืบโดยมีการประชุมร่วมกัน ตามรายละเอียดการประชุม ปรากฏว่าที่ประชุมโดย จำเลยที่ 1 ประธานที่ประชุม แจ้งที่ประชุมว่าการประชุมคณะทำงานครั้งที่ 3 ต้องการกลับไปใช้แนวทางและแนวคิดเดิมคือผลักดัน และดำเนินการตามกฎหมายอาญาที่มีอยู่ ตามพยาน ที่ 3, 4, 8 ที่ 11 ที่ 12 และที่14 ร่วมให้ข้อมูลและความเห็น จำเลยที่ 2ในฐานะคณะทำงานชุดเล็กได้สรุปแนวทางแก้ไขปัญหาเบื้องต้น

 

5

   งค์กรต่อต้านคอร์ปชั่นจังหวัดนครราชสีมา เฮลั่น ! แสดงความดีใจหลังศาลมีคำพิพากษายกฟ้องคดีมอปลาย่าง 

ประเด็นแรกคือการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดและปรับพื้นที่บริเวณดังกล่าวให้ ประชาชนทั่วไปใช้ประโยชน์ร่วมกัน   ประเด็นที่ 2 ขอให้ผู้ประกอบการทั้ง 47 ราย ออกจากพื้นที่โดยไม่มีข้อต่อรอง โดยใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการเช่น พระราชบัญญัติที่ราชพัสดุ พ.ศ.2518 พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 เป็นต้น ประเด็นที่ 3 กำหนดกรอบหรือแนวทางการดำเนินการ ของมติที่ประชุม กำหนดวันให้ผู้ประกอบการย้ายออก และให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เช่นองค์กรบริหารการปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินการตามพระราชการบัญญัติควบคุม อาคาร พ.ศ.2522 เป็นต้น หากไม่ดำเนินการจะถูกแจ้งข้อหาดำเนินคดีตามกฎหมายอาญามาตรา157 ให้แขวงการทางใช้พระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องแจ้งราษฎรรื้อถอนสิ่งที่ปลูกสร้าง ให้โยธาธิการและผังเมืองจังหวัด ร่วมกับธนารักษ์พื้นที่ สำรวจสถานที่ และออกแบบพื้นที่รองรับ

นอกจากนี้จำเลยที่1 ยังเสนอให้ผู้ใหญ่บ้าน และนายก อบต.หนองสาหร่ายมาชักชวนผู้บุกรุกให้รื้อย้ายถอนออกไปตามขั้นตอนที่จำเลย แจ้ง หลังจากนั้นที่ประชุมจึงมีมติดำเนินการเป็น 3 ขั้นตอน คือก่อนวันเคลื่อนย้าย ให้ทุกหน่วยงานที่เป็นเจ้าของที่ดินแจ้งเตือนผู้บุกรุกออกจากพื้นที่ภายใน วันที่ 20 พ.ย.2557 องค์การบริหารส่วนตำบลหนองสาหร่ายแจ้งเตือนโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างไม่น้อยกว่า 30 วัน หากพ้น 7 วันไม่รื้อถอน ทางราชการจะเข้าไปรื้อถอนโดยคิดค่าใช้จ่าย

หลังจากนั้นจึงมีการดำเนินการตามมติที่ประชุมโดย อบต.หนองสาหร่าย ออกคำสั่งให้ระงับการก่อสร้างดัดแปลง หรือเคลื่อนย้ายอาคาร คำสั่งห้ามใช้อาคารฯ ที่อาจเป็นอันตราย คำสั่งให้รื้อถอนอาคาร ซึ่งต่อมาโจทก์ได้นำคำสั่งดังกล่าวมาให้กรรมการพิจารณาอุทธรณ์ ตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคารได้วินิจฉัยตามคำวินิจฉัยที่ 24/2527 โจทก์จึงยื่นฟ้องศาลปกครองนครราชสีมา ให้พิจารณาคดี และศาลปกครองนครราชสีมาได้มีคำสั่งยกคดีตามคำสั่ง เอกสารหมาย ศาลปกครองนครราชสีมามีคำสั่งไม่รับฟ้อง

นอกจากนี้โจทก์ยังได้ร้อง เรียนไปยังคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ซึ่งต่อมาคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ มีมติให้ยุติการสอบสวน เพราะการดำเนินการของจังหวัดนครราชสีมา เป็นการจัดระเบียบการประกอบอาชีพและแก้ไขปัญหาผู้บุกรุกที่ดินสาธารณ ประโยชน์ จนถึงเข้าดำเนินการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างในวันที่ 8–15 พ.ค.2558 แล้วขั้นตอนต่างๆ ตามที่จำเลยได้ร่วมประชุมร่วมกันจนถึงการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างของโจทก์ เมื่อวันที่ 8-15 พ.ค.2558 นั้น เป็นการดำเนินการภายในกรอบของกฎหมาย และมีคำวินิจฉัยของศาลปกครองเป็นแนวทาง อีกทั้ง ได้ให้โอกาสและให้สิทธิ์โจทก์ในการโต้แย้งฟ้องร้องดำเนินคดีต่อศาลปกครอง นครราชสีมาและร้องเรียนหน่วยงานต่างๆ  

พฤติการณ์ของจำเลยตามที่ โจทก์นำสืบ ไม่เพียงพอให้ความว่าจำเลยกระทำการใดๆ ในฐานะเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ส่วนที่โจทก์อ้างมติที่ประชุมที่จำเลยขัดต่อมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 13 ม.ค.2557 นั้นการกล่าวอ้างถึงมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าว โจทก์เพียงกล่าวอ้างบางส่วนของมติคณะรัฐมนตรี ดังกล่าวเท่านั้น จึงไม่สามารถรับฟังได้ว่า จำเลยมีเจตนาไม่ปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าวอย่างไร

อีกทั้ง ความผิดในฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบดังกล่าว ก็ไม่มีเจตนาจะทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด แต่พฤติการณ์ของจำเลยเท่าที่นำสืบ ก็ยังฟังมิได้ว่ามีเจตนาเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ หรือผู้หนึ่งผู้ใด ลักษณะการกระทำเป็นเพียงการจัดระเบียบการใช้ประโยชน์ในที่เกิดเหตุตามอำนาจหน้าที่ และไม่ปรากฏหลักฐานว่าได้กระทำนอกกรอบที่กฎหมายกำหนด อีกทั้งจำเลยได้มีการจัดพื้นที่รองรับให้แก่ราษฎรรวมถึงผู้ที่ได้รับความ เดือดร้อนหรือผลกระทบจากการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างดังกล่าว จึงยังฟังไม่ได้ว่ามีเจตนาพิเศษเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ หรือผู้หนึ่งผู้ใด

สำหรับข้อหาร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ บุกรุกและลักทรัพย์นั้น จากการไตร่สวนปรากฏว่าการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างโจทก์เป็นการทำตามคำสั่ง องค์การบริหารส่วนตำบลหนองสาหร่าย ที่ออกคำสั่งโดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ซึ่งต่อมาโจทก์ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองนครราชสีมาเพื่อขอทุเลาการบังคับคดี ซึ่งศาลปกครองนครราชสีมาได้มีคำสั่งยกคำขอทุเลาการบังคับคดี และมีคำสั่งไม่รับฟ้อง การเข้าไปรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างของโจทก์ จึงเป็นการกระทำในกรอบของกฎหมายไม่มีการทำให้เสียหายวุ่นวาย ทำให้เสื่อมค่า หรือทำให้ไร้ประโยชน์ ซึ่งทรัพย์สินของผู้อื่นหรือผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วยนั้น มิใช่เข้าไปในสถานประกอบการของผู้อื่นโดยไม่มีเหตุอันสมควร อันเป็นความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์หรือร่วมกันบุกรุกตามฟ้อง หลังการรื้อถอนอบต.หนองสาหร่ายได้มีหนังสืออนุญาตให้โจทก์นำสิ่งปลูกที่รื้อ ถอนกลับไปได้เมื่อชำระค่ารื้อถอนแล้ว  

การกระทำของจำเลย จึงไม่เป็นความผิดฐานลักทรัพย์ของผู้อื่น หรือมีผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย ความผิดฐานร่วมกันลักทรัพย์ตามฟ้อง พยานหลักฐานเท่าที่โจทก์นำสืบในชั้นไตร่สวนมูลฟ้องทั้งหมด ไม่มีมูลให้ประทับฟ้องไว้พิจารณา  จึงพิพากษายกฟ้องจำเลยทั้งหมด และโจทก์สามารถยื่นอุทธรณ์ได้ภายใน 30 วัน

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติม หลังจากมีคำพิพากษายกฟ้อง ได้สร้างความดีใจให้แก่เจ้าหน้าที่หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง และตัวแทนภาคประชาชนกลุ่มต่อต้านคอร์รัปชั่นจังหวัดนครราชสีมา นำโดย น.ส.พรเพ็ชร เหล่าอมตะ เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น จ.นครราชสีมา และนายไพบูลย์ พฤกษ์พนาเวศน์ นายกเทศมนตรีตำบลหนองไผ่ล้อม อ.เมือง จ.นครราชสีมาที่เดินทางมาร่วมรับฟังคำพิพากษา และให้กำลังใจนายธงชัย ลืออดุลย์ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กับพวก พร้อมกันนี้ได้ชูป้ายข้อความให้กำลังใจอดีตฯผู้ว่า ให้สื่อมวลชนถ่ายรูป บรรยากาศเต็มไปด้วยรอยยิ้ม

สำหรับคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 524/2558ศาลจังหวัดสีคิ้ว ที่โจทก์ได้ฟ้องเรียกค่าเสียหายจำนวน 21,200,000 บาท เมื่อวันที่ 17 ก.ค.2558 นั้น ทางอัยการฝ่ายจำเลยได้ยื่นคำร้องต่อศาลให้วินิจฉัยขอบเขตอำนาจศาลว่าจะอยู่ ในเขตอำนาจศาจจังหวัดสีคิ้ว หรือศาลปกครอง เนื่องจากจำเลยเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เป็นคดีทางปกครอง ซึ่งศาลจังหวัดสีคิ้วจะได้พิจารณา และทำความเห็นไปยังศาลปกครองต่อไป โดยในชั้นนี้ได้จำหน่ายคดีชั่วคราวไปก่อนจนกว่าจะได้ข้อยุติ


        
อ่านข่าวเกี่ยวข้อง :
องค์กรต้านโกงโคราช แถลงการณ์ให้กำลังใจ จนท.รัฐ ถูกฟ้องคดีรื้อมอปลาย่าง เรียกค่าเสียหายกว่า 21 ล้าน
http://www.koratforum.net/social/3153.html
ส่งข่าวนี้ไปยัง: Digg this story Digg Facebook Share Facebook

ความคิดเห็น ( จำนวนโพส):

โพสแสดงความเห็นของคุณ comment
กรุณาใส่รหัสตามภาพที่เห็น:
หมวดหมู่
หัวข้อข่าวนี้ไม่ระบุหมวดหมู่
ให้คะแนนระดับความนิยม
5.00
ais adv