หน้าแรก | ประชาสังคม-ร้องทุกข์ | สกย.ดีเดย์ 13 พ.ค.นี้บุกทำเนียบ ทวงถามรัฐบาลแก้ปัญหาหนี้สินเกษตรกร

สกย.ดีเดย์ 13 พ.ค.นี้บุกทำเนียบ ทวงถามรัฐบาลแก้ปัญหาหนี้สินเกษตรกร

image

สมัชชาเกษตรกรรายย่อย(สกย.) บุกศาลากลางจังหวัดโคราช ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ติดตามทวงถามความคืบหน้าข้อเสนอการแก้ไขปัญหาหนี้สินและโครงการที่รัฐก่อสร้างแล้วเกิดผลกระทบ ตัดพ้อรอมากว่า 4 เดือน ยังไม่ได้รับคำตอบ นัดสมาชิก สกย.ทั่วประเทศพบกันหน้าทำเนียบ 13 พ.ค.นี้ฟังคำตอบจากรัฐบาล

ผู้สื่อข่าวโคราชฟอรั่มออนไลน์รายงานว่า เวลา 14.00 น. วันนี้(11 พ.ค.59) ที่บริเวณด้านหน้าศาลากกลาง จ.นครราชสีมา กลุ่มสมัชชาเกษตรกรรายย่อย(สกย.)ในพื้นที่ จ.นครราชสีมา นำโดยนายธีรภัทร เอี่ยมไกรศร ที่ปรึกษาสมัชชาเกษตรกรรายย่อย (สกย.)และนายประวิทย์ กรองกระโทก ผู้ประสานงานฯ พร้อมด้วยสมาชิก เดินทางมายื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เรื่องขอทราบผลข้อเสนอการเเก้ไขปัญหาหนี้สินและโครงการที่รัฐก่อสร้างแล้วเกิดผลกระทบต่อเกษตรกร โดยมีนายธนิต ภูมิถาวร หัวหน้าศูนย์ดำรงธรรม จ.นครราชสีมา เป็นผู้รับมอบหนังสือดังกล่าว

16  

    นายชิ้น  ปีกกระโทก รองประธานศูนย์สาธิตวิสาหกิจชุมชน เครือข่ายสมัชชาเกษตรกรรายย่อย อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา เป็นตัวแทนยื่นหนังสือ ติดตามข้อเสนอการแก้ไขปัญหาหนี้สินฯ ถึง นายกรัฐมนตรีผ่านผู้ว่าราชการ จ.นครราชสีมา โดยมีนายธนิต ภูมิถาวร หัวหน้าศูนย์ดำรงธรรม จ.นครราชสีมา เป็นผู้รับมอบหนังสือ


สำหรับเนื้อหารายละเอียดในหนังสือที่กลุ่ม สกย. เคยมีข้อเสนอไว้เดิม มีดังนี้
1. เรื่องแนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้สินของเกษตรกร
    1.1เรื่องการแก้ไขหนี้ในระบบ สมัชชาฯขอให้ ฯพณฯนายกรัฐมนตรี นำแนวทางการปรับโครงสร้างหนี้และฟื้นฟูอาชีพเกษตรกร ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2553 และมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2554 โดยกำหนดระยะเวลาการเป็นหนี้ NPLก่อนวันที่ 31 ธันวาคม 2558 กรณีเกษตรกรที่เสียชีวิต และพิการให้ได้รับสิทธิตามมติคณะรัฐมนตรีทันที
    การฟื้นฟูอาชีพต้องผ่านองค์กรเกษตรกร ที่ขึ้นทะเบียนไว้กับสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรโดยผ่านการพัฒนาแผนและโครงการร่วมกันขององค์กร ให้ครอบคลุมตั้งการผลิต (รวมถึงการพัฒนาระบบน้ำเพื่อสามารถทำการผลิตได้ทั้งปี) การรวบรวมผลผลิต การแปรรูป การตลาด และการพัฒนาความเข้มแข็งขององค์กร
    แนวทางดังกล่าวนี้ให้บังคับใช้แก่สมาชิกที่ขึ้นทะเบียนไว้กับสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรเท่านั้น และขอให้ ฯพณฯนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ได้มีมติให้ปิดการขึ้นทะเบียนของเกษตรกรไว้ก่อนเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการฉวยโอกาส อันเนื่องมาจากมติ ครม.ดังกล่าวนี้  

 

14

1.2 เรื่องการแก้ไขหนี้นอกระบบ ด้วยในสถานการณ์ปัจจุบัน ฯพณฯนายกรัฐมนตรี ได้มีนโยบายที่ชัดเจนในเรื่องการแก้ไขหนี้สินที่เกิดจากการกู้ยืมจากนายทุนในพื้นที่ ทั้งยังประกาศในฐานความผิดเป็นผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ แต่ความจริงแล้วการแก้ไขปัญหาของคณะกรรมการในชุดต่างๆ ในพื้นที่ ยังทำหน้าที่ลักษณะลูบหน้าปะจมูกเกรงอกเกรงใจนายทุนในพื้นที่ โดยอาศัยเงื่อนไขและระเบียบในการประเมินหลักทรัพย์ต่ำกว่าความเป็นจริง หรือการประเมินรายได้ไม่ผ่านเกณฑ์ จึงทำให้เกษตรกรไม่สามารถรักษาที่ดินของตนเองได้
    ประกอบกับในขณะนี้ งบประมาณการช่วยเหลือเพื่อการแก้หนี้สินนอกระบบ ของสำนักกองทุนช่วยเหลือเกษตรกรฯ สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์หมดลง จึงทำให้การแก้ไขปัญหาหนี้สินดังกล่าวไม่สามารถดำเนินการแก้ไขได้ทันท่วงที ส่งผลให้นายทุนเงินกู้ไม่ต่ออายุการขายฝากและเร่งฟ้องร้องบังคับคดีขับไล่เกษตรกรออกจากที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินของเกษตรกร

 

15
    ดังนั้นเพื่อให้การแก้ไขปัญหาหนี้สินที่เกิดจากการกู้ยืมจากนายทุน(นอกระบบ) ได้ดำเนินการแก้ไขตามเจตนารมณ์ที่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศเป็นนโยบายไว้ สมัชชาฯ จึงขอให้ โปรดเร่งรัดการดำเนินการโดยเร่งด่วน ดังนี้
(1) ขอให้สั่งการให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปรับปรับแก้ไขหลักเกณฑ์ทั้งเรื่องการประเมินรายได้ และการประเมินหลักทรัพย์
(2) ขอให้จัดสรรงบกลางไม่ต่ำกว่า 3,000 ล้านบาท เพื่อให้กองทุนช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ยากจน ไว้เพื่อดำเนินการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรได้ทันท่วงที อีกทั้งยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้นายทุน ว่ากองทุนฯมีงบประมาณเพียงพอที่จะช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร
2. เรื่องปัญหาผลกระทบจากโครงการที่รัฐไปดำเนินการ และการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินของเกษตรกร
    สมัชชาขอเสนอให้ ฯพณฯนายกรัฐมนตรีได้โปรดมีบัญชาให้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม เร่งรัดการแต่งตั้งคณะกรรมการร่วมระหว่างภาครัฐและราษฎร ที่เคยปฏิบัติมาแล้วในทุกๆ รัฐบาล
    
ผู้สื่อข่าวโคราชฟอรั่มออนไลน์รายงานว่า ก่อนหน้านี้กลุ่มสมัชชาเกษตรกรรายย่อย (สกย.)ได้เคยเคยเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาเรื่องหนี้สินและที่ทำกินของเกษตรกร โดยยื่นหนังสือผ่านรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี จนถึงปัจจุบันรวมเวลากว่า 4 เดือน แต่ยังไม่ได้รับคำตอบในสิ่งที่เสนอไป จึงทำให้กลุ่ม สกย. เดินทางมายื่นหนังสือติดตามผล และภายหลังจากยื่นหนังสือในวันนี้ สมาชิก สกย.ทั่วประเทศประมาณ 1,000 คน จะเดินทางไปรับฟังคำตอบจาก ฯพณฯนายกรัฐมตรี ในวันที่ 13 พ.ค. ที่จะถึงนี้ ณ บริเวณศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ (สำนักงาน ก.พ.เดิม) ทำเนียบรัฐบาล

ส่งข่าวนี้ไปยัง: Digg this story Digg Facebook Share Facebook

ความคิดเห็น ( จำนวนโพส):

โพสแสดงความเห็นของคุณ comment
กรุณาใส่รหัสตามภาพที่เห็น:
หมวดหมู่
หัวข้อข่าวนี้ไม่ระบุหมวดหมู่
ให้คะแนนระดับความนิยม
5.00
ais adv