หน้าแรก | ประชาสังคม-ร้องทุกข์ | ชาวไร่มันโคราชเดือดร้อนแสนสาหัส ประกาศหยุดถอนมันทั่วประเทศหวังกดดันราคา

ชาวไร่มันโคราชเดือดร้อนแสนสาหัส ประกาศหยุดถอนมันทั่วประเทศหวังกดดันราคา

image กลุ่มเกษตรกรชาวไร่มันสำปะหลัง อ.หนองบุนนาก รวมตัวประกาศข้อเรียกร้อง และความร่วมมือไปยังพี่น้องชาวไร่มันทั่วประเทศ ให้หันมาร่วมมือกัน หยุดถอนมันสำปะหลังทั่วประเทศ

เกษตรกรชาวไร่มัน อ.หนองบุนมาก สุดทน !! รวมตัวชุมนุมเรียกร้องรัฐบาลแก้ไขปัญหาราคามันสำปะหลังตกต่ำ เผยไม่สามารถอดทนต่อไปได้ หนิ้สินท่วมหัวแทบล้มละลายกู้จนติดเพดาน ปัญหาเกิดจากการบริหารราชการที่ไร้ความรับผิดชอบต่อประชาชน ซัดรัฐอย่าทำลายเกษตรกรด้วยการปล่อยนำเข้าข้าวสาลี ปล่อยให้นายทุน พ่อค้าเอาเปรียบเกษตรกร วอนรัฐลงมาดูปัญหาอย่างจริงจัง ยื่นข้อเรียกร้อง 4 ข้อ พร้อมประกาศมาตรการขอให้ชาวไร่หยุดถอนมันทั่วประเทศ หวังกดดันราคาให้พุ่งขึ้น ขณะที่รองปลัด ก.พาณิชย์ลงพื้นที่หาแนวทางแก้ปัญหาแล้ว

ผู้สื่อข่าวโคราชฟอรั่มออนไลน์รายงานว่า วานนี้(4 ต.ค.59) ที่บ้านตลาดหนองหัวแรด หมู่ 6 ต.หนองหัวแรต อ.หนองบุนมาก จ.นครราชสีมา เกษตรดรชาวไร่มันสำปะหลัง อ.หนองบุนนาก จ.นครราชสีมา นำโดย นายเสนาะ ต่ายกระโทก ได้รวมตัวชุมนุมเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาราคามันสำปะหลังตกต่ำ พร้อมอ่านแถลงการณ์ถึงพี่น้องชาวไร่มันสำปะหลัง และคนไทยร่วมชาติ ทุกคน บอกเล่าประเด็นความเดือดร้อนว่าวันนี้พวกเราชาวไร่ผู้ปลูกมันสำปะหลัง อำเภอหนองบุญมาก จังหวัดนครราชสีมา กำลังได้รับความเดือดร้อน จากราคามันที่ตกต่ำอย่างหนัก จนไม่สามารถจะอดทนต่อไปได้ แม้การเก็บเกี่ยวผลผลิตจะเริ่มต้นในเดือนหน้า แต่ขณะนี้ผู้ประกอบการบางรายได้ติดป้ายรับซื้อในราคาต่ำ โดยไม่มีเหตุผล และไม่อธิบายให้พวกเราได้รับรู้ การติดป้าย ราคา ที่ 1.40 บาทต่อกิโลกรัม มันโหดร้ายเกินไป ทั้งๆ ที่โรงแป้งใช้วิธีวัดเชื้อแป้งในการรับซื้อหัวมันสดราคาตามคุณภาพ จึงไม่ควรมาติดราคาต่ำๆ แบบนี้ จึงถือว่าเกษตรกรไม่ได้รับความเป็นธรรม

 

2

นายเสนาะ ต่ายกระโทก  ตัวแทนกลุ่มเกษตรกรชาวไร่มันสำปะหลัง อ.หนองบุนมาก อ่านแถลงการณ์พร้อมเรียกร้องให้รัฐเร่งแก้ปัญหาราคามันสำปะหลังตกต่

“วันนี้เกษตรกรขายจริงได้แค่ 1.00-1.20 เท่านั้น หักค่าใช้จ่ายเหลือแค่ .60 ต่อกิโลกรัมเท่านั้นเองต้นทุนการปลูกอยู่ที่ 1.80-1.90 บางคนมีที่ดินเป็นของตัวเอง บางคนต้องเช่า บางคนมีเงินทุน แต่ส่วนใหญ่จะกู้ธนาคาร ธกส. และเงินทุนนอกระบบ มาลงทุนเราขาดทุนตั้งแต่ยังไม่ถอน ฉะนั้นหากเราขายมันราคานี้ พวกเราก็จะขาดทุน แบบหมดเนื้อหมดตัว กลายเป็นบุคคลล้มละลายกันหมดแล้วอนาคต ยังไม่รู้ว่าจะเอาเงินที่ไหนมาคืนหนี้ที่ยืมมาจาก ธกส.”
อยากวิงวอนไปถึงรัฐบาลอีกครั้ง ให้ลงมาดูปัญหาอย่างจริงจัง ปัญหาเกิดจากการบริหารราชการที่ไร้ความรับผิดชอบต่อประชาชน ปล่อยให้นายทุน พ่อค้าเอาเปรียบเกษตรกร วันนี้รัฐบาลยังให้มีการนำเข้า ข้าวสาลีมาใช้เลี้ยงสัตว์ แทนสินค้าเกษตรของพวกเรา ทำให้พวกเรายิ่งรู้สึกว่า รัฐบาลไม่ช่วยพวกเรา แถมยังมาทำร้ายพวกเราอีก
กลุ่มเกษตรกรชาวไร่มันโคราช จึงอยากจะประกาศข้อเรียกร้อง และความร่วมมือไปยังพี่น้องชาวไร่มันทั่วประเทศ ให้หันมาร่วมมือกัน หยุดถอนมันสำปะหลังทั่วประเทศ หากเราทำให้สินค้าขาดตลาด โรงงานไม่มีวัตถุผลิต เพื่อกดดันราคาให้สูงขึ้น
พร้อมยื่นข้อเรียกร้อง ขอให้รัฐบาลช่วยเหลือเกษตรกร 4 ข้อ โดยด่วน ดังนี้

1

1.พักชำระหนี้ เกษตรกรทันที 3 ปี โดยรัฐบาลจ่ายดอกเบี้ยแทน
2.กำหนดราคามันสำปะหลัง เป็นราคากลางขั้นต่ำ 25% ที่ราคา2 บาท หรือชดเชยส่วนต่างรายได้ หรือวิธีใดก็ได้ ให้มีรายได้ไม่ต่ำกว่าต้นทุน
3.ห้ามนำเข้าสินค้าเกษตรอื่นที่กระทบสินค้าเกษตรไทย เข้ามาทำร้ายเกษตรไทย เช่น ข้าวสาลี เป็นต้น หากรัฐบาลไม่ช่วยเหลือ แก้ไขปัญหา โดยเร่งด่วนพวกเราจะไปอดข้าวประท้วงที่หน้าทำเนียบรัฐบาล หรือไม่ก็เผาตัวเองให้ตายไปจากความทุกข์ บนแผ่นดินทองผืนนี้ เพราะรัฐบาลใจร้ายทอดทิ้งเกษตรกร
4.ให้หยุดนำเข้า หัวมันสด และมันเส้น จาก ลาว และเขมรในช่วงเดือน มกราคม ถึง มีนาคม เพื่อไม่ให้กระทบต่อผลผลิตพี่น้องเกษตรกรไทย

3

ผู้สื่อข่าวโคราชฟอรั่มออนไลน์รายงานว่า หลังจากการชุมนุมของกลุ่มเกษตรกรชาวไร่มัน ปรากฎวันรุ่งขึ้น (5 ต.ค.)รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ เดินทางพบกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่และรับทราบปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกร พร้อมนำไปหาแนวแก้ปัญหาต่อ พร้อมสนับสนุนแนวทางรณรงค์ใช้วิธีให้ชาวไร่หยุดถอนมันทั่วประเทศและวันจันทร์ที่ 10 ต.ค.นี้ ทางผู้ว่านครราชสีมา ได้เรียกประชุมเพื่อหาแนวทางแก้ไขปํญหาราคามันสำปะหลังตกต่ำ เฉพาะในส่วนของเกษตรกร เป็นการเร่งด่วนแล้ว

 

4


ทางด้านนายนิยม จุฬาเสรีกุล นายกสมาคมโรงงานผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไทย ได้เปิดเผยสถานการณ์มันสำปะหลังว่า ขณะนี้การซื้อขายหัวมันสดตกกิโลกรัมละ 1 บาท แต่ต้นทุนการผลิตตกกิโลกรัมละ 2 บาท ยอมรับว่าราคาตกต่ำสุดๆ สร้างความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรมากมาย สาเหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะนโยบายของกระทรวงพาณิชย์ยอมให้มีการนำเข้าธัญพืชจากยุโรปตะวันออก อาทิ ข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ จากประเทศยูเครนโดยปลอดภาษี สร้างความเสียหายให้กับเกษตรกรผู้ปลูกข้าว มันสำปะหลัง ข้าวโพดมากกว่า 1 หมื่นล้านบาท เพราะว่าข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์มีราคาถูกตกกิโลกรัมละ 3-4 บาท เพื่อนำมาเลี้ยงสัตว์ แต่ราคาผลผลิตของเกษตรของไทยมีราคาสูงกว่า ผู้เลี้ยงสัตว์จึงได้นำเข้าข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์เข้ามาตั้งแต่ต้นปี 2559 มากกว่า 4 ล้านตันแล้ว

 

6

นายนิยมกล่าวว่า ความเสียหายในครั้งนี้ทางสมาคมมันสำปะหลังของไทยจึงได้รวมตัวพบตัวแทนกระทรวงพาณิชย์เพื่อหาทางช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกมัน โดยยื่นข้อเรียกร้องให้รัฐบาลช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง ได้ให้ชดเชยไร่ละ 1,000 บาทกับเกษตรกรผู้ปลูกมัน 860,000 ไร่ รวมทั้งเรียกร้องให้มีการประกันราคาหัวมันสดราคากิโลกรัมละ 1.8 บาท รวมทั้งพักหนี้เกษตรกรผู้ปลูกมัน 2 ปี

 
ตนก็ไม่เข้าใจการนำเข้าข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์เข้ามาในประเทศไทย ทั้งที่ผลผลิตเหล่านั้นเป็นพืชจีเอ็มโอ (GMOs) ถูกดัดแปลงพันธุกรรม หลายประเทศไม่ยอมให้นำเข้า แต่ประเทศไทยกลับนำเข้า ไม่รู้ว่าคนไทยบริโภคเนื้อสัตว์ที่กินพืชดัดแปลงพันธุกรรม อนาคตจะมีรูปร่างพิกลพิการอย่างไร ซึ่งไม่อาจจะเดาได้” นายนิยมกล่าวและว่า 

 

7

นโยบายการนำเข้าข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์เป็นการฆ่าเกษตรกรทางอ้อม ทำให้เกษตรกรขายผลผลิตไม่ได้ราคา ก็หวั่นว่าเงินที่เรียกร้องค่าชดเชยให้กับเกษตรกรผู้ปลูกมันไร่ละ 1,000 บาท ทั้งหมด 860,000 ไร่ จะจ่ายได้หรือเปล่า รวมทั้งมาตรการที่จะออกมาช่วยเหลือผู้ปลูกมันสำปะหลังที่ประกาศออกมาจะต้องผ่านคณะรัฐมนตรีจะสำเร็จเป็นรูปธรรมหรือเปล่าก็ไม่รู้ ถือว่าเป็นการบริหารงานที่ผิดพลาดจริงๆ


5
 รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ เดินทางพบกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่และรับทราบปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกร พร้อมนำไปหาแนวแก้ปัญหาต่อ พร้อมสนับสนุนแนวทางรณรงค์ใช้วิธีให้ชาวไร่หยุดถอนมันทั่วประเทศ

ส่งข่าวนี้ไปยัง: Digg this story Digg Facebook Share Facebook

ความคิดเห็น ( จำนวนโพส):

โพสแสดงความเห็นของคุณ comment
กรุณาใส่รหัสตามภาพที่เห็น:
หมวดหมู่
หัวข้อข่าวนี้ไม่ระบุหมวดหมู่
ให้คะแนนระดับความนิยม
5.00
ais adv