หน้าแรก | ประชาสังคม-ร้องทุกข์ | กรมชลฯ แจงสถานการณ์น้ำและการเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง ปี 2560

กรมชลฯ แจงสถานการณ์น้ำและการเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง ปี 2560

image

กรมชลประทาน ย้ำปริมาณน้ำในเขื่อนใหญ่มีเพียงพอใช้เพื่อการอุปโภคบริโภคตลอดฤดูแล้ง พร้อมวอนเกษตรกรลุ่มน้ำเจ้าพระยาพักการทำนารอบที่ 3(นาปรังครั้งที่ 2)อดใจรอไปทำนาปี พร้อมกับช่วงต้นฤดูฝนไม่เสี่ยงผลผลิตข้าวเสียหาย

นายสัญชัย เกตุวรชัย อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั้งประเทศว่า  ปัจจุบัน(23 มี.ค.60)มีปริมาณน้ำในอ่างรวมทั้งสิ้น 44,675 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 59 ของความจุอ่างฯรวมทั้งหมด ปริมาณน้ำมากกว่าปี 2559 รวม 7,676 ล้านลูกบาศก์เมตร(ปี 2559 มีปริมาณน้ำ 36,999 ล้านลูกบาศก์เมตร)มีปริมาณน้ำใช้การได้ 20,855 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 41

สำหรับลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ปัจจุบัน (23 มี.ค.60) มีปริมาณน้ำใน 4 เขื่อนหลัก รวมทั้งสิ้น12,448 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 50 ของความจุอ่างฯ รวมทั้งหมด ปริมาณน้ำปีนี้มากกว่าปี 2559 รวม 3,208 ล้านลูกบาศก์เมตร(ปี 2559 มีปริมาณน้ำ 9,240 ล้านลูกบาศก์เมตร)ปริมาณน้ำใช้การได้ 5,752 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 32

 

02    นายสัญชัย เกตุวรชัย อธิบดีกรมชลประทาน  เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั้งประเทศ


จะเห็นได้ว่าสถานการณ์น้ำในช่วงฤดูแล้งของปีนี้ อยู่ในเกณฑ์ที่ดีกว่า ปี 2559 ที่ผ่านมา ทำให้สามารถจัดสรรน้ำให้ทุกภาคส่วนได้อย่างเพียงพอไปจนถึงต้นฤดูฝนปี 2560 ยกเว้นภาคการเกษตรบางพื้นที่ที่ต้องปฏิบัติตามแผนการจัดสรรน้ำที่วางไว้ เนื่องจากปริมาณน้ำที่มีอยู่ไม่สามารถสนับสนุนพื้นที่เพาะปลูกได้ทั้งหมด

กรมชลประทานได้วางแผนการจัดสรรน้ำในช่วงฤดูแล้งปี 2559/60 เพื่อสนับสนุนการใช้น้ำในช่วงฤดูแล้ง ณ วันที่  1 พ.ย.2559 มีปริมาณน้ำใช้การได้ทั้งสิ้น 28,837 ล้านลูกบาศก์เมตร วางแผนจัดสรรน้ำทั้งประเทศ 17,661 ล้านลูกบาศก์เมตร สำรองน้ำไว้ใช้ในต้นฤดูฝน 13,205 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยจัดสรรน้ำตามลำดับความสำคัญ  ดังนี้

1.เพื่อการอุปโภคบริโภค 2,339 ล้านลูกบาศก์เมตร
2.เพื่อการรักษาระบบนิเวศและอื่นๆ 5,440 ล้านลูกบาศก์เมตร
3.สำรองน้ำไว้ใช้ในช่วงต้นฤดูฝน 13,205 ล้านลูกบาศก์เมตร
4.เพื่อการเกษตร 9,579 ล้านลูกบาศก์เมตร
5.เพื่อการอุตสาหกรรม 303 ล้านลูกบาศก์เมตร

ในส่วนของลุ่มน้ำเจ้าพระยา ณ วันที่ 1 พ.ย.59 วางแผนใช้น้ำจาก 4  เขื่อนหลัก(เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยฯ และเขื่อนป่าสักฯ)รวมทั้งสิ้น 5,950 ล้านลูกบาศก์เมตรโดยสำรองน้ำไว้ใช้ในต้นฤดูฝน 3,754 ล้านลูกบาศก์เมตร และจัดสรรน้ำตามกิจกรรมการใช้น้ำดังนี้

1.เพื่อการอุปโภคบริโภค 1,100 ล้านลูกบาศก์เมตร
2.เพื่อการรักษาระบบนิเวศและอื่นๆ 1,435 ล้านลูกบาศก์เมตร
3.สำรองน้ำไว้ใช้ในช่วงต้นฤดูฝน 3,754 ล้านลูกบาศก์เมตร
4.เพื่อการเกษตร 3,400 ล้านลูกบาศก์เมตร
5.เพื่อการอุตสาหกรรม  15  ล้านลูกบาศก์เมตร

สำหรับสถานการณ์การเพาะปลูกข้าวนาปรังในเขตชลประทานทั้งประเทศ ณ วันที่ 22 มีนาคม 2560 ที่กรมชลประทานได้วางแผนเพาะปลูกไว้ 4 ล้านไร่ แต่กลับพบว่ามีเกษตรกรเพาะปลูกไปแล้วถึง 7.64 ล้านไร่ มากกว่าแผน 3.64 ล้านไร่ เก็บเกี่ยวแล้ว 1.62 ล้านไร่ เหลือพื้นที่รอเก็บเกี่ยว 6.02 ล้านไร่ ส่วนนอกเขตชลประทานทั้งประเทศวางแผนเพาะปลูกไว้ 2.93 ล้านไร่ ปลูกแล้ว 3.52 ล้านไร่ มากกว่าแผน 0.59 ล้านไร่ เก็บเกี่ยวไปแล้ว 0.72 ล้านไร่ เหลือพื้นที่รอเก็บเกี่ยว 2.80 ล้านไร่ จะเห็นได้ว่าพื้นที่ปลูกเกินส่วนใหญ่จะอยู่ในเขตชลประทาน ซึ่งใช้น้ำจากเขื่อนขนาดใหญ่ 34 เขื่อนและแหล่งน้ำอื่นๆแต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานพื้นที่ที่เสียหายจากภัยแล้งหรือขาดแคลนแต่อย่างใด

ทั้งนี้ปริมาณน้ำในเขื่อนขนาดใหญ่ทั้ง 34 แห่ง นอกจากจะใช้ประโยชน์ในการผลิตกระแสไฟฟ้าแล้ว ยังจะถูกนำไปจัดสรรวางแผนการใช้น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค รักษาระบบนิเวศ การเกษตร การอุตสาหกรรมและอื่นๆด้วย โดยพิจารณากิจกรรมที่สำคัญเป็นอันดับแรก คือ น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคและน้ำดิบสำหรับผลิตน้ำประปาซึ่งประชาชนหลายสิบล้านคนต้องการใช้ในการดำรงชีพ

ส่วนที่สอง น้ำที่ใช้เพื่อการรักษาระบบนิเวศ คือ การรักษาน้ำในแม่น้ำลำคลองให้สูงพอ เพื่อรักษาแรงดันน้ำไม่ให้ดินทรุด หากระดับน้ำลดลง คันคลอง คันถนน พื้นที่รอบๆจะทรุดตัวลงมาก ตามที่ปรากฏในข่าวต่างๆและรักษาคุณภาพน้ำ เช่น น้ำทีใช้เพื่อการอุปโภคบริโภค ต้องมีระดับค่าความเค็มน้อยมากหรือควบคุมความเค็มของน้ำ ที่ใช้สำหรับการเพาะปลูกพืชและสัตว์น้ำไม่ให้เกินค่ามาตรฐาน จะเห็นได้ว่าหลายปีที่ผ่านมานี้ สภาพอากาศมีความแปรปรวนมาก ทำให้ลมทะเลพัดเอาคลื่นยกตัวสูงมาก ส่งผลให้น้ำทะเลหนุนสูงขึ้นจนทำให้ค่าความเค็มในแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำท่าจีนสูงขึ้นตามไปด้วย ทำให้บางครั้งกรมชลประทานต้องปล่อยน้ำจากเขื่อนต่างๆลงมาผลักดันน้ำเค็ม เพื่อให้น้ำดิบอยู่ในเกณฑ์ที่จะนำไปผลิตน้ำประปาได้  ส่วนที่สาม  น้ำเพื่อการเกษตร ได้แก่ พืช ทั้งที่เป็นไม้ผลและไม้ยืนต้น รวมถึงสัตว์น้ำด้วย

ทั้งนี้เมื่อสิ้นฤดูฝนก่อนเริ่มต้นฤดูแล้งในวันที่ 1 พ.ย.ของทุกปี กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมชลประทาน จะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องวางแผนการใช้น้ำจากเขื่อนหรือแหล่งน้ำต่างๆตลอดฤดูแล้งไปจนถึงเข้าสู่ฤดูฝน ซึ่งจะต้องจัดสรรน้ำที่มีอยู่ สำหรับอุปโภคบริโภค รักษาระบบนิเวศและดูแลผลไม้ยืนต้นก่อนในเบื้องต้นเพราะมีผลกระทบกับประชาชนจำนวนหลายสิบล้านคน และหากเสียหายจะกระทบกับเศรษฐกิจในวงกว้างด้วย จากการติดตามสภาพอากาศที่แปรปรวน บางครั้งฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาลหรือเกิดภาวะฝนทิ้งช่วงจึงจำเป็นต้องสำรองน้ำ

ส่วนหนึ่งไว้ให้เพียงพอใช้ไปจนถึงต้นเดือน ส.ค.60 ปริมาณน้ำที่เหลือจากนั้น จึงจะนำมาวางแผนการเพาะปลูกในช่วงฤดูแล้ง สำหรับในปีนี้ในเขตชลประทานวางแผนไว้ 4 ล้านไร่ เนื่องจากปริมาณน้ำต้นทุนยังมีไม่มาก เพราะแล้งติดต่อกันมา 2 ปีแล้ว แต่ปริมาณน้ำที่มีอยู่ก็สามารถส่งน้ำเพื่อการทำนาปรังได้บางส่วน ซึ่งโครงการชลประทานในพื้นที่ได้แจ้งไปยังจังหวัดต่างๆให้ทราบข้อมูลสถานการณ์น้ำ พร้อมกับให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ไปทำความเข้าใจกับพี่น้องเกษตรกรผ่านการประชุมคณะกรรมการจัดการชลประทาน (JMC) ของแต่ละโครงการชลประทานว่า พื้นที่ใดสามารถเพาะปลูกได้และพื้นที่ใดจำเป็นต้องขอความร่วมมือให้งดปลูกซึ่งต้องสร้างความเข้าใจกับเกษตรกรว่า ปริมาณน้ำที่มีอยู่อย่างจำกัด หากมีการแย่งกันใช้น้ำ ปริมาณน้ำจะไม่เพียงพอและนาข้าวอาจเสียหายได้

อย่างไรก็ตาม มักจะมีข่าวอยู่เสมอว่า บางพื้นที่ปลูกข้าวไปแล้ว ไม่มีน้ำจากชลประทานส่งไปให้ ซึ่งโดยข้อเท็จจริงพื้นที่เหล่านี้ จะอยู่นอกเหนือจากแผนการเพาะปลูกและแผนการส่งน้ำ ด้วยใจจริงแล้วเจ้าหน้าที่ภาครัฐมีความพยายามที่จะหาหนทางในการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรอยู่เสมอ แต่ก็อยากให้เกษตรกรเข้าใจด้วยว่าปริมาณน้ำส่วนนี้เปรียบเสมือนกับสมบัติส่วนรวมที่เป็นของทุกคน ต้องสงวนไว้ใช้ในสิ่งที่จำเป็น หากใช้เพื่อการเกษตรมากเกินไป ส่วนอื่นๆก็จะขาดแคลน ส่งผลกระทบต่อคนส่วนใหญ่ได้เช่นกัน

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในยุคนี้ มีความต้องการปฏิรูปภาคการเกษตร ให้ทำการเกษตรที่เหมาะสมและที่สำคัญเกษตรกรสามารถอยู่ได้อย่างยั่งยืนในทุกสถานการณ์ ทั้งนี้เกษตรกรในยุคปัจจุบันไม่จำเป็นต้องปลูกข้าวอย่างเดียว ยังมีเกษตรทางเลือกอื่นๆที่สามารถทำให้เกษตรทางเลือกอื่นๆที่ทำให้เกษตรกรสามารถสร้างรายได้มากกว่าการทำนา อาทิ การปลูกถั่วลิสง ที่ทำกำไรได้ถึง 7,000 บาท /ไร่ ในขณะที่ข้าวได้กำไรเพียง 1,000 บาท/ไร่ อีกทั้งถั่วลิสงยังใช้น้ำน้อยกว่า ใช้เพียงความชื้นที่มีอยู่ในดินหลังจากปลูกข้าวเท่านั้น ทั้งยังบำรุงดินทำให้สามารถปลูกข้าวโดยใช้ปุ๋ยให้น้อยลง แต่กลับได้ผลผลิตที่สูงขึ้น การปลูกข้าวที่ได้กำไร 1,000 บาท/ไร่

สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ได้สำรวจเก็บสถิติจากหลายพื้นที่ พบว่าข้าวราคายังไม่ดีขึ้น เพียงตันละ 7,000–8,000 บาทเท่านั้น ในขณะที่เกษตรกรต้องเจอกับต้นทุนทั้งค่าเช่าที่ ค่าเมล็ดพันธุ์ ปุ๋ย ยา รถเกี่ยว ค่าจ้างแรงงานและอื่นๆในอัตราที่ค่อนข้างสูง แต่กลับได้ผลผลิตค่อนข้างต่ำ เนื่องจากการปลูกข้าวนาปรังส่วนใหญ่จะต้องสูบน้ำเข้าไปในนา ซึ่งมีต้นทุนค่าน้ำมันและต้องใช้ปุ๋ยเพิ่มขึ้น เพราะดินไม่ได้พัก ซอกตอซังไม่ทันย่อยสลายเป็นปุ๋ย นอกจากนี้การไม่พักการทำนา ทำให้วงจรชีวิตแมลงศัตรูข้าวมีข้าวกินตลอดเวลา ปัญหาศัตรูข้าวจึงยังวนเวียนอยู่ ต้องเสียค่ายาสารเคมีมากขึ้น อีกทั้งยังทำให้ผลผลิตต่ำ เพราะธรรมชาติของข้าวต้องผสมเกสรในช่วงอุณหภูมิไม่สูงมาก เมื่อเกิดรวงข้าวไม่มาก ผลผลิตจึงต่ำ คุณภาพไม่ดี ขายแข่งขันกับต่างประเทศไม่ได้ ซ้ำยังถูกกดราคาอีกด้วย

จากสถานการณ์ข้างต้นที่กล่าวมาทั้งหมด พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีความห่วงใยในพี่น้องเกษตรกรเป็นอย่างมาก จึงขอให้เกษตรกรลงทุนอย่างระมัดระวัง เนื่องจากทราบดีว่าทุกคนอยากมีรายได้ โดยไม่ขาดทุนและขอให้ทำอย่างประณีต คือ ต้องมีการวางแผนและลดต้นทุนเพื่อให้มีผลผลิตที่สูงขึ้น ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีวิธีในการทำการเกษตรที่ประณีตที่ลดความเสี่ยงและเพิ่มรายได้ให้แก่พี่น้องเกษตรกร เช่น การทำระบบเกษตรแปลงใหญ่และการทำนาแบบเปียกสลับแห้งแกล้งข้าว เป็นต้น จึงขอวิงวอนให้พี่น้องเกษตรกร อย่ารีบปลูกข้าวรอบที่ 3 (นาปรังครั้งที่ 2)เลย เพราะจะไม่มีน้ำชลประทานส่งไปให้ ปล่อยให้ท้องนาได้พักบ้าง อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มปุ๋ยเพิ่มแร่ธาตุให้กับดิน ขอให้อดใจรอเมื่อฝนมาแล้วค่อยทำนาปีพร้อมกันในช่วงเดือนพฤษภาคม เพราะจะได้ผลผลิตที่ดีกว่า ลงทุนน้อยกว่าและยังใช้สารเคมีน้อยลง ส่งผลให้พี่น้องทุกคนปลอดภัยจากสารเคมีและมีรายได้ที่ดีมากขึ้นอีกด้วย


......


ที่มา : กรมชลประทาน
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์


ส่งข่าวนี้ไปยัง: Digg this story Digg Facebook Share Facebook

ความคิดเห็น ( จำนวนโพส):

โพสแสดงความเห็นของคุณ comment
กรุณาใส่รหัสตามภาพที่เห็น:
หมวดหมู่
หัวข้อข่าวนี้ไม่ระบุหมวดหมู่
ให้คะแนนระดับความนิยม
5.00
AIS ZEED SIM adv